ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 67 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 67 คน )
  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข่าวด่วน! กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์ สินทรัพย์ราว 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเตรียมลดการถือครองพันธบัตร จาก 70% เหลือ 50% ทำให้สัดส่วนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดจาก 34.1% เหลือ 21.9% เพื่อกระจายความเสี่ยง
    FB_IMG_1788529152784.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1EKPZWNkgq/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โดมิโนกำลังล้มลง!

    ข่าวด่วน: แบล็กสโตนเพิ่งจำกัดการถอนเงินจากกองทุนสินเชื่อส่วนบุคคลมูลค่า 77 พันล้านดอลลาร์เป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน

    พวกเขาคืนเงินให้ผู้ลงทุนได้เพียง 50% ของคำขอ

    บริษัทที่จำกัดการถอนเงิน:

    • Blackstone
    • Blue Owl Capital
    • Apollo Management
    • Ares Management
    • BlackRock
    • Starwood Capital
    https://www.facebook.com/share/p/1D6eCFnPqv/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันดีเซล

    จุดชี้เป็นชี้ตาย เงินเฟ้อโลก หนีไม่พ้นราคาน้ำมันดีเซลนี่แหละครับ
    (นักวิเคราะห์หลายคนยังจ้อเรื่องน้ำมันดิบล้นโลก ราคาน้ำมันดิบยังต่ำ (ขึ้นน้อย) กันอยู่เลย)

    กราฟแรก ผมเอาราคาน้ำมันดิบ WTI เทียบกับ ราคาดีเซลตลาด Nymex
    จะเห็นว่าตั้งแต่สงครามอิหร่านเปิดฉาก ราคาน้ำมันดีเซล ที่แต่เดิมวิ่งขึ้นๆ ลงๆ ไปตามราคาน้ำมันดิบ ได้แยกทางกันไปคนละทาง

    อีกรูปเป็นกราฟน้ำมันดีเซล ที่ผมตีเส้นเอง
    จะเห็นว่าตอนนี้ราคาทำ New All Time High ไปแล้ว
    ลุ้นราคาปิดคืนนี้อีกทีว่า ราคาจะลงมาไหม หากราคาลง กราฟ week อาจไม่ทำ new all time high ตามไปด้วย พวกเราก็ยังพอมีหวังว่าราคามันจะยังไม่เตลิดไปไหนไกล
    แต่หากคืนนี้ราคาปิดแล้วกราฟ week ช่วยยืนยันขาขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลด้วยแล้วหละก้อ ... มันก็จะช่วยยืนยันโอกาสที่กราฟจะเป็นรูปแบบ cup & handle ซึ่งมีเป้าราคาน้ำมันดีเซลที่ราคาแกลลอนละ 7 ดอลลาร์ (ปัจจุบัน 4.5 ดอลลาร์ต่อแกลลอน) (เทียบราคาไทยแบบบัญญัติตรายางลำบากเพราะโครงสร้างราคาไม่นิ่ง ปรับเงินอุดหนุนตลอด) หรือตีง่ายๆ ว่า ราคาน่าจะขึ้นไปอีกราวๆ 50% ของราคาในปัจจุบัน

    อีกกราฟเป็นของนาย Northstar เขาใช้การวิเคราะห์กราฟด้วยการเปรียบเทียบกับ cycle ในอดีตที่เคยเกิดขึ้น
    เขาให้เป้าถึง 15 ดอลลาร์ต่อแกลลอน หรือขึ้นไปอีก 2 เท่าตัวจากปัจจุบัน

    ----
    คือที่ผ่านมาเราสนใจแต่เรื่อง bond Yield เรื่องค่าเงินเยน
    แต่ที่มาแบบหลบๆ ซ่อนๆ (เพราะข่าวไปโฟกัสที่ราคาน้ำมันดิบ)
    แถมมาแบบมั่นคงคือราคาน้ำมันดีเซล

    ----

    หลายคนอาจสงสัยว่า ราคาน้ำมันดิบขึ้นน้อย หรือแทบไม่ขึ้น
    (ผมเพิ่งเห็นคลิปในช่องวิเคราะห์ดัง กูรูบอกน้ำมันดิบล้นโลกด้วย)
    แล้วทำไมราคาดีเซลขึ้นเอาขึ้นเอา

    คอขวดของระบบคือ ความสามารถในการกลั่น ครับ
    ตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่ม (จริงๆ ก็ตั้งแต่สงครามยูเครน) เป้าหมายโจมตีของทั้ง 2 ฝ่าย (หรือหากรวมสงครามยูเครนก็เป็น 4 ฝ่าย) ก็คือ โรงกลั่นน้ำมัน
    โรงกลั่นถูกทิ้งระเบิด เสียหาย ทำให้ความสามารถการกลั่นหายไปจากโลกแล้ว 9% (ประมาณ 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน)

    ระบบการกลั่นน้ำมันเป็นการกลั่นแบบลำดับส่วนครับ
    คือเอาน้ำมันไปต้มให้กลายเป็นไอ แล้วผ่านไปยังหอกลั่น
    ให้มันควบแน่นจากไอ กลับมาเป็นหยดน้ำมัน
    น้ำมันที่หนักก็จะควบแน่นก่อน ก็จะอยู่ส่วนล่างๆ ของหอกลั่น
    น้ำมันพวกที่เบาก็จะควบแน่นท้ายสุด
    ดังนั้นหอกลั่นไม่สามารถเลือกได้ว่าจะกลั่นอะไรมากกว่าอะไร จุดชี้วัดสำคัญคือ คุณภาพของน้ำมันดิบที่ป้อนเข้าไป ว่าจะให้ผลิตภัณฑ์น้ำมันประเภทไหนมากกว่ากัน
    โรงกลั่นที่ทันสมัยหน่อยก็มีระบบเอาน้ำมันหนัก ที่กลั่นเสร็จแล้วไปวนกลั่นซ้ำใหม่ เพื่อให้ได้น้ำมันที่เบากว่า(ดีเซลคือหนักปานกลาง) มากขึ้น
    โรงกลั่นที่ทันสมัย จะได้ดีเซลในสัดส่วนประมาณ 30% ของผลผลิตที่ได้

    จากรูปสุดท้าย (รูปหอกลั่น) จะเห็นว่าการกลั่นจะได้น้ำมันกลุ่มเบนซินประมาณ 45% ความลักลั่นมันอยู่ตรงนี้ครับ ความต้องการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินแทบไม่ขยายตัวเลย เพราะคนหันไปใช้รถ EV กันมากขึ้น ดังนั้นหากดีเซลขาดแคลน โรงกลั่นเร่งกลั่นน้ำมันดิบ ก็จะได้น้ำมันกลุ่มเบนซินออกมาทุกครั้ง แต่เบนซินขายไม่หมด ก็ต้องเก็บไว้ในถังเก็บเพื่อรอการขาย ถึงจุดหนึ่งเมื่อถังพวกนี้เต็ม มันก็จะย้อนมาบังคับให้โรงกลั่นต้องลดกำลังการกลั่นลง

    จะเห็นว่า เราไม่สามารถเร่ง กำลังการกลั่นน้ำมันดีเซลออกมาได้เร็วนัก
    จะเพิ่มได้ก็ต้องเร่งซ่อมโรงกลั่นที่มีปัญหา แต่จะทำได้อย่างไรหากสงครามยังไม่จบ

    ----------

    เขียนถึงตรงนี้ผมพยายามสือว่า โอกาสที่ราคาดีเซลจะพุ่งทะยานและสร้างปัญหาใหญ่ให้เศรษฐกิจโลกมีสูงมาก และสัญญาณจากกราฟมันชี้นำให้เราเห็นว่า ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ เพราะราคาเป้าหมายมันขึ้นไปไกลมาก
    และมันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่แก้ไม่ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น (อย่างน้อย 1 ปีต่อไปนี้ก็ยังแก้ไม่ได้)

    IMF ให้ rule of thumb ว่า หาก ราคาน้ำมันโดยรวม เพิ่ม 10% และคงอยู่เกือบทั้งปี เงินเฟ้อโลกจะสูงขึ้นราว 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์
    IMF

    แต่กรณีนี้ต่างออกไป เพราะเป็น diesel/middle-distillate shock:

    ราคาเพิ่ม 50% ไม่ใช่ 10%
    diesel เป็นเชื้อเพลิงของภาคผลิตและขนส่ง
    เหตุอาจมาจาก refinery/product shortage ไม่ใช่ crude ขึ้นทั้งกระดาน
    ประเทศผู้นำเข้าพลังงานและประเทศที่พึ่ง road freight จะโดนหนักกว่าค่าเฉลี่ยโลก
    ดังนั้น สำหรับโลก ผลกระทบ headline inflation อาจอยู่ราว +1 ถึง +3 จุดเปอร์เซ็นต์ ในกรณี diesel แพงต่อเนื่อง แต่ประเทศอย่างไทยอาจได้รับผล สูงกว่าค่าเฉลี่ย หากเงินบาทอ่อนและรัฐไม่สามารถอุดหนุนได้เต็มที่

    เมื่อราคาดีเซลสูงขึ้น ก็กระทบต้นทุนสินค้าแทบทุกประเภทตามมาด้วย
    เงินเฟ้อจะสูงตามมา
    และด้วยเหตุนี้ ธนาคารกลางจะต้องเข้ามาดูแล และเครื่องมือที่เขาใช้ก็คงหนีไม่พ้นการขึ้นดอกเบี้ย
    เป็นการขึ้นดอกเบี้ยในขณะที่เศรษฐกิจฐานรากอ่อนแอ
    FB_IMG_1788529228235.jpg FB_IMG_1788529230451.jpg FB_IMG_1788529232109.jpg FB_IMG_1788529234024.jpg
    เราคงหนี STAGFLATION ไม่ออกแล้วหละครับ

    https://www.facebook.com/share/p/1cY5QBSdSo/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน!
    ประเทศต่างชาติกำลังถอนทองคำมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ออกจากสหรัฐฯ

    → เนเธอร์แลนด์: 86 ตัน
    → ฝรั่งเศส: 129 ตัน
    → เยอรมนี: 300 ตัน

    นี่ไม่ใช่นักลงทุนรายย่อย

    นี่คือชาติทั้งหลาย!

    เป็นเวลาหลายทศวรรษ รัฐบาลต่างชาติเก็บทองคำจำนวนมหาศาลไว้นอกพรมแดนของตนเอง - รวมถึงในสหรัฐฯ

    ตอนนี้ ทิศทางกำลังเปลี่ยน

    ประเทศเหล่านี้ไม่ได้แค่อยากเป็นเจ้าของทองคำ

    พวกเขาต้องการควบคุมโดยตรงเหนือมัน

    และนี่กำลังเกิดขึ้นขณะที่ชาติต่างๆ กำลังประเมินความเสี่ยงจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ใหม่

    บางประเทศกำลังลดการถือครอง

    บางประเทศกำลังกระจายการถือครองทุนสำรอง

    แล้วจีนล่ะ?

    จีนยังคงซื้อทองคำต่อไป!

    รูปแบบนี้กำลังกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจเพิกเฉยได้:

    → ทองคำกำลังถูกนำกลับประเทศ
    → ธนาคารกลางกำลังสะสมทองคำ
    → การกระจายทุนสำรองกำลังเร่งตัว
    → ความเสี่ยงจากพันธบัตรสหรัฐฯ กำลังถูกประเมินใหม่

    นี่ใหญ่กว่าทองคำ

    เป็นเวลาหลายทศวรรษ ความเด่นชัดของดอลลาร์สร้างความต้องการสินทรัพย์สหรัฐฯ มหาศาล

    แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อชาติต่างๆ เริ่มเปลี่ยนโครงสร้างทุนสำรองของพวกเขา?

    จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อทองคำจริงๆ ถูกย้ายกลับบ้าน?

    https://www.facebook.com/share/v/1FfseoumpM/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข่าวล่าสุด : สินเชื่อส่วนบุคคล

    Blackstone เพิ่งจำกัดการถอนเงินจากกองทุนสินเชื่อส่วนบุคคลหลักของบริษัทเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน โดยอนุญาตให้นักลงทุนถอนได้เพียงครึ่งหนึ่งของ 10% ที่ขอไว้เท่านั้น นักลงทุนรายใหญ่กำลังเร่งถอนเงินออก!!!
    วิเคราะห์กรณี Blackstone จำกัดการไถ่ถอนกองทุน Private Credit (BCRED)
    เหตุการณ์ที่ Blackstone จำกัดการถอนเงิน (Redemption Cap / Gate) จากกองทุนเรือธงอย่าง BCRED (Blackstone Private Credit Fund) เป็นประเด็นสำคัญในตลาดการเงินโลก โดยมีมิติที่ต้องทำความเข้าใจดังนี้ครับ:

    1. เกิดอะไรขึ้นในเชิงโครงสร้าง?
    การจำกัดตามเกณฑ์ปกติ (5% Cap): กองทุนประเภท Semi-liquid / Non-traded BDC อย่าง BCRED มีการระบุเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าแล้วว่า อนุญาตให้ไถ่ถอนคืนได้ไม่เกิน 5% ของ NAV ต่อไตรมาส
    แรงขอไถ่ถอนล้นโควตา: ในรอบนี้นักลงทุนยื่นขอถอนรวมกันประมาณ 10% (ราว 4.4 พันล้านดอลลาร์) ทำให้ Blackstone ต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมายกองทุน จ่ายคืนเพียงครึ่งเดียว (5%) และจัดสรรตามสัดส่วน (Prorated)
    2. ทำไมกลุ่ม Wealth / สถาบัน ถึงแห่ขอถอนเงิน?
    สภาพคล่องตึงตัว: นักลงทุนรายใหญ่และ Family Offices ต้องการดึงเงินสดกลับเพื่อสำรองสภาพคล่อง หรือย้ายเงินไปพักในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนปลอดภัย (เช่น พันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น)
    ความกังวลเรื่องคุณภาพหนี้ (Credit Risk): ภาวะดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานาน ทำให้ภาคธุรกิจขนาดกลางและข่อมที่กู้ยืมผ่าน Private Credit เริ่มแบกรับภาระดอกเบี้ยไม่ไหว ความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ (Default Rate) จึงปรับตัวสูงขึ้น
    พฤติกรรมแห่ถอนตามกัน (Herd Mentality): เมื่อมีข่าวว่ากองทุนแตะเพดานการถอน นักลงทุนรายอื่นมักกลัวว่าจะติดล็อกในรอบถัดไป จึงรีบส่งคำขอถอนเงินล่วงหน้า
    3. ผลกระทบต่อตลาดและนักลงทุน
    Liquidity Mismatch: สินทรัพย์ของ Private Credit คือ "สินเชื่อระยะยาวที่ไม่มีสภาพคล่อง" (ไม่สามารถเทขายในตลาดเปิดแบบหุ้นได้ทันที) แต่ฝั่งผู้ลงทุนสามารถขอถอนได้ทุกไตรมาส หากไม่จำกัดการถอน กองทุนจะถูกบีบให้ขายหนี้ดีในราคาขาดทุน (Fire Sale)
    ความเชื่อมั่นต่อตลาด Private Markets: ภาพลักษณ์ของกองทุนทางเลือกที่เคยชูโรงเรื่อง "ผลตอบแทนสูง + ผันผวนต่ำ" เริ่มถูกตั้งคำถามเรื่องสภาพคล่องจริงในยามวิกฤต
    สรุปภาพรวม: เหตุการณ์นี้สะท้อนกลไกควบคุมสภาพคล่องที่ทำงานตามข้อกำหนดของกองทุนเพื่อป้องกันไม่ให้กองทุนล่มสลาย แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดสินเชื่อภาคเอกชนกำลังเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่องและความเสี่ยงเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริงครับ

    https://www.facebook.com/share/p/19QGYMBN67/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Trump เรียกร้อง Fed ลดดอกเบี้ย! ชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง หลังจ้างงานเดือน ส.ค. พุ่ง 162,000 ตำแหน่ง
    FB_IMG_1788531681638.jpg
    Trump กล่าวชื่นชมตัวเลขการจ้างงานเดือนสิงหาคมที่ออกมาแข็งแกร่ง โดยนายจ้างสหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 162,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก

    เขากลับมาเรียกร้องให้ Fed ลดอัตราดอกเบี้ย โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งขึ้นมาก และมีความน่าเชื่อถือด้านเครดิตดีขึ้นกว่าในช่วงที่ผ่านมา

    Trump มองว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งควรมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า เพราะถือเป็นประเทศที่มีเครดิตดีกว่า พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ ควรมีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในโลกเหมือนในอดีต

    นอกจากนี้ยังขู่ว่า หาก Fed ไม่ลดดอกเบี้ย เขาอาจหยุดทำการค้ากับประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า โดยมองว่าวิธีดังกล่าวดีกว่าการใช้ภาษีศุลกากร

    เขายังเรียกร้องให้ Fed ปรับนโยบายให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ พร้อมมองว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงกำลังทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

    https://www.facebook.com/share/1NyM7MzQje/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #วันนี้ ดีเซลที่อเมริกาแพงสุดประวัติศาสตร์ชาติ (51บ./ลิตร)
    เบนซินแพงสุดตั้งแต่เริ่มรบ (36บ./ลิตร)

    เบนซินยังไม่ล้มพีกนะครับ สถิติสูงสุดประวัติการณ์คือเมื่อตอนสงครามรัสเซีย-ยูเครนเริ่มใหม่ๆ ปี 2022 ส่วนวันนี้ (ศุกร์ 4 ก.ย. 2026) สูงสุดในรอบ 4 ปี ที่ 4.1474 ดอลลาร์/แกลลอน
    ส่วนดีเซล 5.85 ดอลลาร์/แกลลอน สูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้วจ้า
    เพราะสงครามตะวันออกกลาง (ปิดฮอร์มุซ) ก็ส่วนสำคัญ แต่ดีเซลมันโดนบวกอีกส่วน จากยูเครนล่อซะโรงกลั่นรัสเซียแทบไม่เหลือ ต้องปิดซ่อมเกือบทั้งแผ่นดิน ทำให้ supply ในตลาดโลกมันตึงๆ ไปหมด (รัสเซียปกติส่งออกดีเซลเยอะ แต่เบนซินไม่เท่าไหร่)

    https://www.facebook.com/share/1KCHUZQX6r/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก “หั่น” พันธบัตรรัฐบาลอเมริกา‼️‼️‼️ หั่นของรัฐบาลยุโรปด้วย แต่ไปเพิ่มของญี่ปุ่น และหันไปเน้นเพิ่มหุ้นกู้ (เอกชน) อเมริกาแทน ...

    ก็เป็นภาพที่ ⚠️⚠️⚠️

    Norges Bank Investment Management กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของนอร์เวย์ ส่งหนังสือแจ้งไปทางกระทรวงการคลัง ดังนี้

    จะลดสัดส่วนถือครองพันธบัตรรัฐบาลอเมริกา จาก 34.1% เหลือ 21.9%
    ลดของรัฐบาลในยูโรโซน จาก 16.8% เหลือ 14.1%,

    แต่ไปเพิ่มของญี่ปุ่น จาก 4.6% เป็น 7.4%

    และไปเพิ่มหุ้นกู้ของเอกชนอเมริกา จาก 16.2% เป็น 27.6%

    ...

    จริงๆ แล้ว ตามคอนเซ็ปต์ของ “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ” ก็คือ “ไม่(ควร)เสี่ยงมาก” น่ะเอง

    ก็คิดง่ายๆ
    ทุกประเทศ “ทุนสำรองระหว่างประเทศ” reserve มีไว้เผื่อฉุกเฉิน
    บางประเทศ เจียดจากทุนสำรองฯ แบ่งมาตั้งเป็น “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ” sovereign wealth fund เพื่อไปลงทุนให้งอกเงย
    ฉะนั้น รับความเสี่ยงได้ นั่นก็ใช่ แต่มิพึงให้มากเกิน ยังไงต้องระวัง

    ทั้งนี้ เวลาจะหั่นสินทรัพย์ไหนในพอร์ตฯ ทิ้งๆ ... ทั่วไปแล้ว คร่าวๆ ก็เพราะ
    1.) มันไม่งอกเงยดังหวัง
    หรือ
    2.) มันเสี่ยงเกินงาม

    ซึ่งพันธบัตรอเมริกาและยุโรปเป็นแบบไหน ...
    ?

    ทางกองทุนฯ นอร์เวย์อธิบายเพียงว่า โยกไปอย่างอื่นที่งอกงามกว่านี้ดีกว่าจ้ะ

    อนึ่ง กองทุนฯ ถือครองสินทรัพย์ทั้งสิ้น มูลค่า 2.3 ล้านล้านดอลลาร์
    เพิ่งจะทำกำไรสูงสุดประวัติการณ์
    หลักๆ ได้จากหุ้น และหนักไปทางหุ้น AI ซะด้วย

    นโยบายล่าสุด โดยรวม จะลดสัดส่วนพันธบัตรในพอร์ตฯ ลง จากราว 70% เหลือ 50% ก็พอ

    ก็ ... จุดจุดจุด

    แล้วแต่จะตีความครับท่าน
    !!!
    เชิญตามสะดวก

    https://www.cnbc.com/2026/09/04/wor...alth-fund-plans-to-cut-treasury-holdings.html

    https://www.facebook.com/share/p/19JY641DFf/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โลกทั้งใบอาจกำลังพลิกกระบวนครั้งใหญ่ จาก Energy Security สู่ Token Security นี่คือมุมมองที่น่าสนใจมาก จาก ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์

    จากวันนี้ที่ปิดฮอร์มุซกระทบพลังงานโลกมโหฬาร ทว่าวันหน้าจะไม่ใช่เรื่อง "ความมั่นคงทางพลังงาน" (ขาดแคลนน้ำมันหรือก๊าซ)แล้วเดือดร้อน แต่เป็นความมั่นคงทาง AI ต่างหาก ที่ไม่สามารถชะงักงัน disruption ได้ (แม้เพียงไม่กี่ชั่วโมง --- ไม่ใช่ยาวเป็นครึ่งปีอย่างสงครามปิดฮอร์มุซ)
    มันหมายความกระไรกันแน่ ...

    (*ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ถ้าเป็นระดับ enterprise ที่ใช้โมเดล AI มันจะคิดตังค์ตามจริงเป็น token ที่ใช้
    แต่ถ้าชาวบ้านใช้ มันจะคล้ายๆ อินเทอร์เน็ตมือถือ จ่ายเหมาตามแพ็คเกจ ลดหลั่นตามระดับ AI แต่ถ้าใช้ token เกินลิมิต ก็จะลดศักยภาพ AI เป็นขั้นต่ำ
    ผมพล่ามเพื่อให้เห็นภาพ : ว่าง่ายๆ token ก็ถือเป็นหน่วยในการประมวลของ generative AI)

    เดิมโลกเราจะกังวลเรื่อง "ความมั่นคงทางพลังงาน" อย่างยิ่ง ต้องมียุทธศาสตร์เพื่อรับมือความเสี่ยงนี้
    (***เดี๋ยวนี้อาจไม่ตระหนกขนาดนั้นแล้ว เพราะก็เห็นว่าฮอร์มุซปิดเป็นเดือนๆ ก็ยังอยู่ได้ ต่อให้อยู่ยากก็เถอะ
    ซึ่งก็ต้องย้ำอีกทีว่าถ้าฮอร์มุซปิดเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เมื่อ 30 หรือ 40 ปีที่แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง นั่นจะ "อยู่ไม่ได้" แน่
    แต่ยุคปัจจุบันมันพอไถไปไหว ; ซึ่งคงไม่ต้องเขียนยืดยาวแล้วว่าทำไม --- oil intensity ต่ำลงมาก เพราะต่างๆ นานา ; เขียนบ่อยแล้ว)

    เหมือนรถต้องเติมน้ำมัน
    เหมือนเครื่องจักรต้องใช้น้ำมัน
    เหมือนปั่นไฟฟ้าต้องใช้ก๊าซ
    ...
    ตอนนี้เรามานึกดูว่าโลกเรา(กำลังจะ)หล่อเลี้ยงด้วยสิ่งใด
    อนาคตอันใกล้มากๆ นี้ AI กำลังจะทำแทบทุกสิ่งอย่างแทนมนุษย์
    มันจะขับเคลื่อนทุกสิ่งอย่าง (อย่างที่น้ำมันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลกในครั้งหนึ่ง)

    ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ชี้ว่า อีก 3-5 ปี โมเดล AI ไหนๆ ก็น่าจะฟรีหมดแล้ว และมันจะแฝงฝังเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ
    อะไรๆ ก็มีหมด ไม่ว่าจะหม้อหุงข้าวยันตู้เย็น

    Token : ว่าง่ายๆ คือหน่วยผลิต intelligence

    Token consumption จะเยอะมากมากมากมากมากในยุคนั้น
    (เหมือนๆ ที่ energy consumption โดยเฉพาะ oil เคยเติบโตมหึมา)
    กระทั่งเกิดคำถามว่าการเติบโตของ supply จะเพียงพอต่อการขยายตัวของ demand หรือไม่ --- ดาต้าเซ็นเตอร์จะพอไหม
    (*ซึ่งจริงๆ มันจะตบกลับมาเรื่อง energy อีกทีว่าจะพอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ไหม แต่เดี๋ยวก่อน เดี่ยวจะไปอีกประเด็น)

    เอาเป็นว่าถ้าภูมิรัฐศาสตร์ geopolitics เข้ามาแตะการ supply ของ token ล่ะ
    กล่าวคือ การเมืองเวทีโลก การเมืองระหว่างประเทศเข้ามากระทบ คล้ายๆ เรื่องสงครามการค้า (หรือแม้แต่สงคราม ; ถ้าเลือกจู่โจมตรงฮับของดาต้าเซ็นเตอร์ล่ะ)
    เอาเรื่อง "แบน" ก่อน ก็เห็นๆ แล้ว
    ลอง "แบน" ขึ้นมาทีหนึ่ง แทบจะใช้ชีวิตกันต่อไม่ได้เลยนะเมื่อรัน AI ไม่ได้ ในวันหนึ่งวันนั้นที่โลกเราหายใจเข้าออกได้ด้วย AI

    มันจะ disruption กันทั้งระบบ (ยิ่งกว่าที่ OPEC ทำ oil embargo ยุค 1970s ? --- ก็อาจไม่นะ เพราะมันน่าจะคือยุทธศาสตร์ของชาติใหญ่ในตอนนี้ โดยเฉพาะอเมริกาและจีนที่น่าจะ diversify ดาต้าเซ็นเตอร์อยู่)

    ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ยกตัวอย่าง ตอนนี้มีเจ้าใหญ่ไม่กี่เจ้าที่คุมโมเดล AI โลก
    (พร้อมๆ กับที่ enterprise ต่างๆ หันมาพึ่ง AI มากขึ้นทุกทีๆ ๆ)
    (คือตอนนี้มันน่าจะเรียกว่า oligopoly ใช่ไหม มีน้อยรายที่คุม)
    ถ้าเจ้าใหญ่สมมติหายไปสักเจ้า จะทำไง โลกจะยุ่งขนาดไหน

    คือมันก็น่าคิดนะ โลกทั้งใบหลักๆ เรา อีกไม่ช้า ต้องพึ่ง AI อเมริกาหรือจีน แล้วถ้าสมมติอเมริกาหรือจีนสั่ง "แบน" ขึ้นมา ทำยังไง
    อย่าลืมนะ อนาคตอาจมีทรัมป์คนที่สองก็ได้ ใครจะไปรู้

    หรือแม้แต่ในภาพเล็ก อย่างภายในประเทศไทย ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ก็แตะๆ ทำนองว่ากลัวๆ ถ้าเรื่อง AI ในไทย สักวันจะไปเป็นเหมือนเรื่อง "พลังงาน" ที่เป็นประเด็นทางการเมืองไป ... (ซึ่งผมไม่ขอเขียนต่อเองแล้วว่าในเชิงไหน เพราะประชาชนชาวไทยก็น่าจะเห็นภาพ)

    แต่ที่น่ากลัว ผมคิดว่าเพราะพลังงานไม่ว่าจะมีวิวาทะรุนแรงขนาดไหน แต่มัน settle ขึ้นแล้วในประเทศ มัน well-established และ well-organized แล้ว เป็นรูปร่าง
    แต่ถ้า AI นี่มันยังไม่ทันจะก่อร่างเป็นเสาเท่าไหร่เลยนะ แล้วถ้าเราขัดเราแตกกันตั้งแต่ตอนนี้ วันหน้าเราอาจมีเพียงตอม่อกับความว่างเปล่าหรือไม่?

    ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวถึงภาพใหญ่ เช่นที่ฟากอเมริกาเริ่มกระจายดาต้าเซ็นเตอร์ไปจุดต่างๆ ของโลก ก็เพื่อ diversify กระจายความเสี่ยงด้าน AI เพราะก็อย่างที่รู้กัน ทรัมป์หนุนเรื่องนี้สุดตัว ทว่าวันหนึ่งข้างหน้าหากทรัมป์ไม่อยู่แล้ว มันก็อาจจะอีกเรื่อง (ยิ่งมันก็มีสายที่กังวลเรื่องการใช้พลังงานเอย สิ่งแวดล้อมเอย)
    เป็นต้น

    จริงๆ มันก็น่าคิดต่อจริงๆ
    วันหนึ่ง geopolitics เข้ามาเขย่า AI มากๆ เรื่องของ token security จะยิ่งใหญ่มาก เพราะ supply ในประเทศถ้ายิ่งเป็นประเทศเล็กจะไม่พอสำหรับ demand น่ะสิ ต้องพึ่งพาการนำเข้า
    แล้ว exposure ในการจะเกิด supply disruption มันจะเสียวกว่า energy ไหมหนา (มันอาจแค่ขยับนโยบายนิดหน่อยก็เสร็จเลยนะ)
    เช่น จู่ๆ ประเทศเพื่อนบ้านสั่ง "แบน" ขึ้นมา
    เช่น จู่ๆ ประเทศสั่ง "แบน" บริษัทขึ้นมา ห้ามส่งออก token ให้ประเทศหนึ่ง (ไม่ว่าบริษัทนั้นจะผลิต token จากในประเทศไหนเพื่อส่งออกไปให้)
    เป็นต้น

    ถ้าจะบอกว่าประเทศยิ่งควรมียุทธศาสตร์แต่แรกเริ่มเพื่อวันข้างหน้า (เช่น เราต้องรีบพึ่งพาตนเองได้ ควรมีดาต้าเซ็นเตอร์ให้มากพอเพื่อรองรับ demand เป็นต้น หรือจะอะไรก็ว่าไป) แหม ก็คงจะต้องบอกตรงๆ ว่ามันเป็นไปได้ยากมาก ยิ่งในฐานะประเทศเล็กๆ เรายังคลำทางอะไรไม่เจอทั้งนั้นท่ามกลางแหที่สลับซับซ้อนมากและใหญ่ยักษ์มาก และเพิ่มอัตราการขยายตัวใหญ่ด้วยและเพิ่มความถักทอโยงใยซับซ้อนด้วย จะไปไหนยังไงในเมื่อโลกทั้งใบยิ่งมองไม่ออก

    คือผมก็เขียนความคิดเพ้อเจ้อของผมประสมๆ ไปกับการจุดประกายของ ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ด้วยแหละครับ
    ที่จริง ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ยังมีเหลี่ยมมุมที่น่าสนใจอีกหลายประเด็น โดยเฉพาะการปรับตัวมนุษย์เอง
    ผมยกมาในภาพใหญ่ของโลก

    ลองจับตาดู ผมว่ามันจะเป็นจริง
    จากยุค energy security สู่ token security
    นี่จะคือประเด็นใหญ่หลวงของโลก
    เพราะไอ้ความ disruption มันจะอภิมหา "มิอาจเกิดขึ้นได้" ยิ่งกว่าน้ำมันในสมัยก่อนอีก

    แล้วเจอกัน

    https://www.facebook.com/share/p/1Eiv3SVwdv/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนพบ “ตะกั่ว” เกินมาตรฐานกว่า 2 เท่าในหอยแมลงภู่แห้ง แล้วอาหารทะเลแห้งจากจีนที่ขายในไทย...ใครตรวจโลหะหนัก?

    อาหารทะเลแห้งเป็นของที่หลายบ้านมองว่าเก็บง่าย ใช้สะดวก และซื้อครั้งหนึ่งเก็บไว้ทำอาหารได้นาน

    แต่ของที่ “แห้ง” ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงทุกอย่างจะหายไปพร้อมกับน้ำ

    วันที่ 27 สิงหาคม 2569 สำนักงานกำกับดูแลตลาดมณฑลกวางตุ้ง เปิดผลสุ่มตรวจอาหาร 6 กลุ่ม รวม 613 ตัวอย่าง พบไม่ผ่านมาตรฐาน 17 ตัวอย่าง

    หนึ่งในนั้นคือ “淡菜” หรือหอยแมลงภู่แห้ง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแห้งที่ขายอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง เมืองจ้านเจียง มณฑลกวางตุ้ง

    ผลตรวจพบ “ตะกั่ว” 14.2 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

    ขณะที่มาตรฐานกำหนดไว้ไม่เกิน 6.3 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

    เท่ากับตรวจพบประมาณ 2.25 เท่าของค่ามาตรฐาน หรือสูงกว่าเกณฑ์ราว 125%

    ทางการกวางตุ้งจัดกรณีนี้อยู่ในกลุ่ม “การปนเปื้อนโลหะหนัก” และสั่งให้หน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง ติดตามเส้นทางสินค้า นำสินค้าที่มีปัญหาออกจากตลาดและเรียกคืนเพื่อควบคุมความเสี่ยง

    .

    ตะกั่วต่างจากอาหารเสียที่บางครั้งเรายังพอเห็นเชื้อรา ได้กลิ่น หรือสังเกตสีผิดปกติ

    ผู้บริโภคไม่สามารถมองหอยแห้งหนึ่งกำมือแล้วรู้ได้เลยว่า มีตะกั่วปนอยู่เท่าไร

    องค์การอนามัยโลกระบุว่า ตะกั่วเป็นโลหะพิษที่สะสมในร่างกายและส่งผลได้หลายระบบ โดยเฉพาะสมอง ระบบประสาท และไต เด็กเล็กเป็นกลุ่มที่ไวต่อผลกระทบมากเป็นพิเศษ

    ดังนั้นของทะเลแห้งที่ดูปกติ กลิ่นปกติ และเก็บไว้ได้นาน ก็ยังต้องพึ่ง “การตรวจจริง” ไม่ใช่สายตาของคนซื้อ

    .

    ประเด็นนี้ไม่ควรจบอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในกวางตุ้ง

    ประเทศไทยนำเข้าสินค้ากลุ่มหอยและสัตว์น้ำไม่มีกระดูกสันหลังที่ผ่านการปรุงหรือถนอมอาหารจากจีนในปริมาณมาก

    ข้อมูล WITS ปี 2024 ระบุว่า ไทยนำเข้าสินค้าหมวดนี้จากจีนประมาณ 31.59 ล้านกิโลกรัม มูลค่า 46.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,523 ล้านบาท)

    ตัวเลขนี้เป็นสินค้ารวมหลายชนิด ไม่ใช่หอยแมลงภู่แห้งเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนว่าจีนเป็นแหล่งสินค้ากลุ่มนี้ที่สำคัญของตลาดไทย

    และทุกวันนี้หอยแมลงภู่แห้ง รวมถึงอาหารทะเลแห้งต่าง ๆ ก็หาซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์ในไทยได้ง่ายมาก

    คำถามจึงอยู่ที่ก่อนของเหล่านี้จะถูกแบ่งถุง ส่งเข้าร้านอาหาร หรือส่งตรงถึงหน้าบ้าน

    ผู้นำเข้าตรวจ “ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท และโลหะหนัก” เป็นประจำหรือไม่?

    ร้านที่แบ่งขายออนไลน์ยังสามารถตามย้อนกลับได้หรือไม่ว่า สินค้ามาจากล็อตไหนและผู้ผลิตรายใด?

    และหากประเทศต้นทางประกาศพบโลหะหนักในสินค้าชนิดหนึ่ง หน่วยงานไทยมีระบบยกระดับตรวจสินค้าประเภทเดียวกันทันทีหรือปล่อยให้ขายต่อไปตามปกติจนกว่าจะมีเหตุในประเทศไทย?

    .

    อาหารทะเลแห้งอาจเก็บอยู่ในครัวได้นานหลายเดือน

    แต่ถ้ามีตะกั่วอยู่ในนั้น

    การเก็บไว้นานขึ้น ไม่ได้ทำให้มันปลอดภัยขึ้นเลย

    .

    แหล่งข้อมูล:
    สำนักงานกำกับดูแลตลาดมณฑลกวางตุ้ง
    中国质量新闻网 (China Quality News Network)
    .
    ข้อมูลประกอบ:
    World Health Organization (WHO)
    World Integrated Trade Solution (WITS) / UN Comtrade
    .
    เพจ : เกษตร นานา
    .
    #เกษตรนานา #หอยแมลงภู่แห้ง #อาหารทะเลแห้ง #ตะกั่ว #โลหะหนัก #อาหารจีน #อาหารนำเข้า #อาหารปนเปื้อน #ความปลอดภัยอาหาร #ผู้บริโภคไทย
    https://www.facebook.com/share/p/1Hd6tjxzY8/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตา “เวทีฟรังก์โฟน” พนมเปญ 15–16 พ.ย. กัมพูชาเดินเกมฟ้องปมชายแดน ไทยเตรียมโต้ด้วยข้อเท็จจริง

    5 กันยายน 2569 #ข้อพิพาทชายแดนไทยกัมพูชา มีแนวโน้มขยับจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่ สนามการทูตระหว่างประเทศ มากขึ้น จากรายงานข่าวของ Phnom Penh Post ว่า ฝ่ายกัมพูชา จะใช้เวทีการ #ประชุมสุดยอดองค์การระหว่างประเทศ ของ #กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส หรือ OIF (Organisation internationale de la Francophonie) ที่กรุงพนมเปญ เป็นอีกช่องทางนำเสนอจุดยืนของกัมพูชาต่อข้อพิพาทกับไทย กำหนดจัดขึ้นวันที่ 15–16 พฤศจิกายน 2569 ที่กรุงพนมเปญ
    .
    การประชุมสุดยอดครั้งที่ 20 ของ OIF และ เป็นครั้งแรกที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ การประชุมจะมีผู้นำประเทศและรัฐบาลจากสมาชิก OIF เข้าร่วม โดยปัจจุบัน OIF มี 90 รัฐและรัฐบาล ประกอบด้วยสมาชิกเต็มรูปแบบ 53 ประเทศ สมาชิกสมทบ 5 ประเทศ และประเทศผู้สังเกตการณ์ 32 ประเทศ
    .
    เว็บไซต์ทางการของการประชุมระบุว่า ธีมหลักของการประชุมคือ “Reinvesting in Peace for Shared Prosperity and Sustainable Stability” หรือ “ลงทุนในสันติภาพอีกครั้ง เพื่อความมั่งคั่งร่วมกันและเสถียรภาพที่ยั่งยืน” ทำให้ประเด็นสันติภาพ ความมั่นคง และความร่วมมือระหว่างประเทศอยู่ในความสนใจของเวทีนี้อยู่แล้ว
    .
    ล่าสุด นายลุย เดวิด (Luy David) เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำฝรั่งเศส ออกมากล่าวหาว่า นายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ว่า พยายามโน้มน้าวผู้แทนประเทศต่าง ๆ ไม่ให้กัมพูชานำข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา เข้าสู่เวที OIF
    .
    ฝ่ายกัมพูชามองว่าการนำเสนอข้อพิพาทต่อประชาคมระหว่างประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ ขณะที่ฝ่ายไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันว่า การทำงานของนักการทูตไทย มีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศเช่นเดียวกัน

    สำหรับประเทศไทย จุดยืนที่ประกาศต่อสาธารณะยังคงเน้นว่า ปัญหาชายแดนควรแก้ผ่านกลไกทวิภาคีและการเจรจา โดยกระทรวงการต่างประเทศเคยย้ำว่าไทยพร้อมแก้ไขข้อพิพาทด้วยการหารือบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความจริงใจ การเคารพซึ่งกันและกัน และการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายมีร่วมกัน

    ขณะเดียวกัน ไทยยังเดินหน้าการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย–กัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศระบุว่าไทยได้เตรียมท่าทีทางกฎหมายและกระบวนการสำหรับการประนอมข้อพิพาทภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS และได้ส่งคำตอบต่อการแจ้งขอเข้าสู่กระบวนการประนอมข้อพิพาทของกัมพูชาแล้วเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569

    อีกด้านหนึ่ง ฝรั่งเศสซึ่งมีบทบาทสำคัญใน OIF ได้แสดงจุดยืนต่อปัญหาไทย–กัมพูชามาแล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสระบุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า สนับสนุนการเจรจาทางการเมืองระหว่างไทยกับกัมพูชาเพื่อหาทางออกอย่างสันติและยั่งยืน พร้อมสนับสนุนความพยายามของอาเซียน และยืนยันว่าฝรั่งเศสพร้อมช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าถึงเอกสารในคลังที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเขตแดน โดยระบุว่าจะดำเนินการอย่างเป็นกลาง
    .
    การที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพย่อมทำให้พนมเปญมีพื้นที่ทางการทูตในการนำเสนอข้อมูลต่อประเทศสมาชิกมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า ข้อกล่าวหาจะกลายเป็นข้อยุติโดยอัตโนมัติ
    .
    จุดที่ไทยต้องจับตาจึงไม่ใช่เพียงว่า “กัมพูชาจะพูดอะไรบนเวที OIF” เพื่อเตรียมข้อมูล หลักฐานทางประวัติศาสตร์ แผนที่ กฎหมายระหว่างประเทศ และข้อเท็จจริงภาคสนามให้พร้อมตอบโต้ในระดับนานาชาติ เพราะเมื่อข้อพิพาทถูกนำออกจากโต๊ะเจรจาทวิภาคีเข้าสู่เวทีพหุภาคี “สงครามข้อมูล” และการสร้างความเข้าใจต่อประเทศที่สาม จะกลายเป็นอีกสมรภูมิสำคัญของไทย–กัมพูชา
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/19hUTv5Xa3/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ดาต้า เซ็นเตอร์” สมองกลล้นเมือง เมื่อฮาร์ดแวร์แสนล้าน ปะทะข้อจำกัดโครงสร้างพื้นฐานไทย

    5 กันยายน 2569 #ดาต้าเซ็นเตอร์-AI กำลังเปลี่ยน #ภูมิทัศน์พลังงาน น้ำ ที่ดิน และผังเมือง ไทยจึงต้องตอบให้ได้ว่า จะรับการลงทุนอย่างไรโดยไม่ผลักต้นทุนและความเสี่ยงไปยังประชาชน
    .
    ดาต้าเซ็นเตอร์ กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ #เศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดย #BOI ระบุว่า ช่วงปี 2567–2569 มีโครงการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 42 โครงการ คิดเป็น IT Load รวม 3,400 เมกะวัตต์ และเงินลงทุนประมาณ 750,000 ล้านบาท

    แต่การขยายตัวอย่างรวดเร็วกำลังเปิดคำถามใหม่เกี่ยวกับไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน อาคาร ความปลอดภัย และผลกระทบต่อชุมชน โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลเริ่มพบช่องว่างด้านกฎหมายและมาตรฐานกำกับดูแล ขณะที่เกิดกรณีการจัดเก็บน้ำมันดีเซลสำรองในพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ย่านพระราม 9 ประมาณ 200,000 ลิตรโดยไม่ได้รับอนุญาต จนต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ ทำให้เรื่องที่เคยถูกมองเป็นเพียง “การลงทุนเทคโนโลยี” กลายเป็นโจทย์ระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
    .
    “Data Center” คือสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อเก็บและประมวลผลข้อมูลด้วยเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก ตั้งแต่ข้อมูลของธนาคาร โรงพยาบาล หน่วยงานรัฐ แพลตฟอร์มออนไลน์ ไปจนถึงระบบ #Cloud และ #AI เครื่องจักรเหล่านี้ต้องทำงานตลอดเวลา จึงต้องมีระบบไฟฟ้าที่มั่นคง ระบบสำรองไฟ ระบบทำความเย็น ระบบเครือข่าย และระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ประโยชน์คือช่วยให้ธุรกิจและบริการดิจิทัลทำงานได้ต่อเนื่อง สนับสนุน Cloud, AI, การเงิน อีคอมเมิร์ซ และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงดึงดูดเงินลงทุนและสร้างงานด้านเทคโนโลยี
    .
    แต่ด้านกลับกัน คือการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูง การใช้ทรัพยากรเพื่อทำความเย็น การใช้พื้นที่ การปล่อยความร้อน เสียงจากระบบเครื่องจักร และความต้องการระบบสำรองไฟ เช่น แบตเตอรี่หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งหมายความว่า Data Center ไม่ได้เป็นเพียง “อาคารไอที” แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีผลต่อระบบพลังงานและเมืองโดยตรง
    .
    ความท้าทายดังกล่าวเห็นได้จากต่างประเทศ #ไอร์แลนด์ พบว่าดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟฟ้าถึง 22% ของการใช้ไฟฟ้าที่วัดได้ทั่วประเทศในปี 2024 เพิ่มจาก 5% ในปี 2015 จนต้องปรับเกณฑ์การเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ...โดยพิจารณาความสามารถของโครงข่าย ความมั่นคงด้านไฟฟ้า และความสามารถของโครงการในการมีแหล่งผลิตหรือระบบกักเก็บพลังงานรองรับความต้องการของตนเอง
    .
    ขณะที่ #สิงคโปร์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และทรัพยากร เคยชะลอการขยายดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อทบทวนยุทธศาสตร์ ก่อนกลับมาเปิดรับการลงทุนแบบมีเงื่อนไข โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพพลังงานและความยั่งยืน บทเรียนร่วมกันคือ การมีระบบไฟฟ้าระดับประเทศเพียงพอ ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะมีศักยภาพรองรับดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มเติมได้
    .
    สำหรับไทย ปัญหาเริ่มปรากฏให้เห็นในหลายมิติพร้อมกัน จนนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดเผยว่ามีคำขอใช้ไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์รวมเกือบ 20,000 เมกะวัตต์ และสั่งตรวจสอบกรณีการขอใช้ไฟฟ้าที่อาจเกินความต้องการจริง ขณะที่ฝ่ายการเมืองตั้งคำถามถึงช่องว่างของกฎหมายอาคาร ผังเมือง และกระบวนการอนุญาต

    นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานเข้าตรวจสอบดาต้าเซ็นเตอร์ย่านพระราม 9 หลังมีข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นน้ำมัน และพบการจัดเก็บน้ำมันดีเซลสำรองประมาณ 200,000 ลิตรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนสั่งเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่

    เหตุการณ์นี้ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นปัญหาของดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมด แต่สะท้อนช่องว่างสำคัญว่า เมื่อกิจการประเภทใหม่มีขนาดใหญ่และมีระบบสำรองพลังงานจำนวนมาก กฎหมายเดิมที่กระจายอำนาจอนุญาตไปหลายหน่วยงานอาจไม่เพียงพอสำหรับการมองความเสี่ยงทั้งระบบ
    .
    รัฐบาลจึงเริ่มเปลี่ยนจากแนวทาง “ส่งเสริมการลงทุน” ไปสู่ “ส่งเสริมควบคู่กับการกำกับดูแล” โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายน นายกรัฐมนตรีเปิดประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งแรก พร้อมย้ำว่าไทยไม่ได้ต้องการหยุดการลงทุน แต่ต้องจัดระเบียบและปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย
    .
    ขณะเดียวกันมีการตั้งอนุกรรมการ 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และอาคาร และสิ่งแวดล้อม เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายภายในกรอบเวลาที่กำหนด
    .
    กระทรวงพลังงานยังเตรียมพิจารณาโครงสร้างค่าไฟเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ สัดส่วนพลังงานสะอาด และมาตรฐานระบบสำรองไฟ ขณะที่กรุงเทพมหานครกำลังทบทวนนิยามดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงกฎหมายผังเมือง อาคาร และ EIA นับเป็นสัญญาณว่ารัฐเริ่มยอมรับว่าอุตสาหกรรมนี้ไม่สามารถกำกับด้วยกฎของกิจการทั่วไปเพียงอย่างเดียว
    .
    การเดินหน้าดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ใช่เรื่องที่ประเทศไทยควรปฏิเสธ เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและมีศักยภาพสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ แต่การเติบโตที่ยั่งยืนต้องเดินไปพร้อมกับความพร้อมของไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน ระบบสื่อสาร สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย หากรัฐสามารถกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสม วางมาตรฐานที่ชัดเจน และทำให้ผู้ลงทุนรับผิดชอบต้นทุนที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ไทยก็สามารถเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคได้โดยไม่ต้องแลกกับคุณภาพชีวิตของชุมชน
    .
    เพราะท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของการลงทุนไม่ใช่เพียงทำให้จำนวนดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น แต่ต้องทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นพร้อมกับสังคมที่อยู่ร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างสมดุล

    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19FCLmfteU/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พายุ “ซาเดล” ถล่มฝูเจี้ยน ฝนหนักทุบสถิติ 65 ปีน้ำทะลักผูเถียน บ้านพังเกิน 100 หลัง มีผู้สูญหาย
    FB_IMG_1788572409666.jpg
    4 กันยายน 2569 ยังวิกฤต #มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนยังเผชิญ #ฝนตกหนัก และ #น้ำท่วม จากอิทธิพลของ #ไต้ฝุ่นซาเดล (#Saudel) พายุหมายเลข 18 ของจีน เกิดมรสุมและมวลอากาศเย็น ทำให้เกิดฝนตกอย่างรุนแรง ลักษณะคล้าย “ซูเปอร์เรนบอมบ์” หลายพื้นที่มีฝนสะสมเกิน 500 มิลลิเมตร ทำลายสถิติ 65 ปี ส่งผลให้ #เมืองผูเถียน จมน้ำ และพื้นที่โดยรอบเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และความเสียหายต่อบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน โดยล่าสุดพบว่า มีประชาชนสูญหาย ขณะที่บ้านเรือนในพื้นที่ประสบภัยพังถล่มแล้วมากกว่า 100 หลัง
    .
    จุดที่ได้รับผลกระทบหนักคือ ตำบลหัวถิง เขตเฉิงเซียง เมืองผูเถียน หลังแนวป้องกันน้ำบริเวณแม่น้ำมู่หลานซีเกิดน้ำล้นและพังเสียหายเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 3 กันยายน #มวลน้ำทะลักเข้าสู่หมู่บ้าน และพื้นที่ #นิคมอุตสาหกรรม ทำให้บ้านเรือนถูกน้ำท่วมและประชาชนบางส่วนติดอยู่ในพื้นที่ ขณะที่ทางการยืนยันว่ามีผู้สูญหาย แต่ยังไม่สามารถระบุตัวเลขที่แน่นอนได้
    .
    จนถึงวันที่ 4 กันยายน มีการอพยพประชาชนในเขตเฉิงเซียงแล้ว 1,261 คน เปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉิน 30 แห่ง และระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะจุดที่น้ำยังท่วมขังและการสัญจรถูกตัดขาด ส่วนบริเวณหมู่บ้านซีหู มีการเคลื่อนย้ายประชาชน 52 ครัวเรือน รวม 171 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว
    .
    ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องยังสร้างความเสียหายให้พื้นที่อื่นของฝูเจี้ยน โดยเมืองผูเถียนมีปริมาณฝนสะสมในหลายจุดสูงมาก และสถานีตรวจวัดผูเถียนบันทึกฝนรายชั่วโมง 41.4 มิลลิเมตร ในช่วงเช้าวันที่ 4 กันยายน สูงสุดในประเทศจีนในขณะนั้น ขณะที่ปริมาณฝนสะสม 6 ชั่วโมงอยู่ที่ 174.7 มิลลิเมตร
    .
    ข้อมูลจากสำนักอุตุนิยมวิทยาจีนระบุว่า พื้นที่ผูเถียนและเซียนโหยวมีฝนตกหนักระดับทำลายสถิติ โดยผูเถียนมีฝนสะสมในวันที่ 3 กันยายน 416.5 มิลลิเมตร ทำสถิติสูงสุดใหม่สำหรับปริมาณฝนรายวันของเดือนกันยายน ขณะที่เซียนโหยววัดได้ 372.8 มิลลิเมตร และบางพื้นที่ของผูเถียนมีปริมาณฝนเกิน 500 มิลลิเมตรภายในวันเดียว
    .
    ผลกระทบไม่ได้มีเพียงน้ำท่วมในเขตเมือง แต่ยังพบถนนทรุด ดินและโคลนถล่ม สะพานได้รับความเสียหาย และบ้านเรือนเก่าในพื้นที่ชนบทถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนพังลงมา โดยที่เมืองเซียนโหยวมีรายงานสะพานอย่างน้อย 2 แห่งได้รับความเสียหายจนต้องปิดการจราจรเพื่อป้องกันอันตราย
    .
    ทางการจีนยังคงใช้มาตรการฉุกเฉินรับมือน้ำท่วม โดยส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้าพื้นที่เพื่ออพยพประชาชน ขณะที่สถานีสูบน้ำในเขตเฉิงเซียงเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยมีปริมาณน้ำที่สูบออกแล้วรวมมากกว่า 5 ล้านลูกบาศก์เมตร
    .
    ด้านสภาพอากาศยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง แม้ไต้ฝุ่นซาเดลจะอ่อนกำลังลงและยุติการจัดเป็นพายุแล้วเมื่อวันที่ 3 กันยายน แต่ หย่อมความกดอากาศและกลุ่มเมฆที่หลงเหลือยังทำให้ฝนตกหนักในฝูเจี้ยนและพื้นที่ใกล้เคียง โดยคาดว่าฝนจะเริ่มลดลงในช่วงถัดไป แต่ยังมีความเสี่ยงจากน้ำป่า ดินถล่ม และภัยพิบัติที่อาจเกิดตามมาหลังฝนหยุด
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/v/1F4tow7L2k/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กรมที่ดินเปิดทาง “ตามทรัพย์จากชื่อ” ได้ แต่ไม่ใช่ใครก็ขอได้ ย้ำต้องมีสิทธิตามกฎหมาย – คดีถึงที่สุดก่อน
    FB_IMG_1788572456003.jpg
    5 กันยายน 2569 #กรมที่ดิน ออกมาแนะนำประชาชนเกี่ยวกับบริการ “#ตรวจสอบหลักทรัพย์” สำหรับกรณีที่ต้องการตรวจสอบว่า บุคคลหรือนิติบุคคลรายหนึ่งมีชื่อเป็น #ผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือมี #สิทธิครอบครองในที่ดิน หรือ #อสังหาริมทรัพย์ ใดบ้าง แม้ผู้ขอจะไม่มีเลขที่โฉนดหรือรายละเอียดแปลงที่ดินอยู่ในมือก็ตาม
    .
    บริการดังกล่าว ไม่ใช่ระบบค้นหาทรัพย์สินของบุคคลทั่วไปแบบเปิดเผย เพราะผู้ขอต้องแสดงหลักฐานว่า เป็นผู้มีสิทธิตรวจสอบตามกฎหมาย พร้อมแจ้งเหตุผลและวัตถุประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ตรวจสอบทั้งสิทธิของผู้ร้องและผลกระทบต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลด้วย
    .
    กรมที่ดินมีบริการนี้อยู่ในระบบงานทะเบียน และปัจจุบันยังมีช่องทาง DOL e-Service สำหรับการขอตรวจสอบหลักทรัพย์ด้วย
    .
    ใครบ้างที่ขอตรวจสอบได้?
    หลักสำคัญคือ ผู้ขอต้องมี “สิทธิตามกฎหมาย” ไม่ใช่เพียงอยากรู้ว่าบุคคลหนึ่งมีที่ดินหรือทรัพย์สินอะไรอยู่บ้าง โดยตัวอย่างผู้มีสิทธิ เช่น

    #เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือ #คำสั่งศาลถึงที่สุด หรือ #ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ เช่น ทนายความ เจ้าหนี้ตาม สัญญาประนีประนอมยอมความที่มีหมายบังคับคดีแล้ว
    #ทายาท หรือ #ผู้จัดการมรดก ที่จำเป็นต้องตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับมรดก
    บุคคลหรือ #นิติบุคคลอื่น ที่สามารถแสดงฐานสิทธิและเหตุจำเป็นตามที่กฎหมายกำหนด...กรมที่ดินจะพิจารณาหลักฐานประกอบคำขอเป็นรายกรณี .
    .
    คดีแค่ “กำลังฟ้อง” ยังไม่ใช่ใบเบิกทาง
    ประเด็นที่ประชาชนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ หากเป็นคู่ความในคดีแล้ว จะสามารถไปขอตรวจสอบทรัพย์สินของอีกฝ่ายได้ทันที
    .
    ไม่ใช่ทุกกรณี ...กรณีที่อ้างสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ต้องมีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลถึงที่สุดตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หรือมีเอกสารที่แสดงฐานสิทธิในการตรวจสอบอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ตรวจสอบว่าหลักฐานดังกล่าวเพียงพอหรือไม่
    .
    แนวทางของกรมที่ดินกำหนดให้เจ้าหน้าที่สอบสวนว่า ผู้ขอเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายจริงหรือไม่ เอกสารที่นำมาแสดงน่าเชื่อถือเพียงใด ขอข้อมูลไปเพื่อประโยชน์อะไร รวมถึงต้องพิจารณาว่าการเปิดเผยข้อมูลจะกระทบสิทธิของเจ้าของข้อมูลหรือขัดต่อกฎหมายข้อมูลข่าวสารหรือไม่
    .
    ต้องใช้เอกสารอะไร? โดยทั่วไป ผู้ขอต้องเตรียม

    บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง
    เอกสารแสดงฐานสิทธิในการตรวจสอบ เช่น คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลถึงที่สุด หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง
    หนังสือมอบอำนาจ หากให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
    ข้อมูลของบุคคลหรือนิติบุคคลที่ต้องการตรวจสอบ และเหตุผลหรือวัตถุประสงค์ในการขอ
    .
    เจ้าหน้าที่จะพิจารณาเอกสารและสิทธิของผู้ร้องก่อนดำเนินการ ไม่ใช่ระบบที่กรอกชื่อใครแล้วจะแสดงรายการที่ดินทั้งหมดทันที
    .
    จุดที่ต้องรู้ใหม่: ปัจจุบันมีช่องทางออนไลน์
    ข้อมูลของกรมที่ดินในปี 2569 ระบุว่า “ขอตรวจสอบหลักทรัพย์” เป็นหนึ่งในบริการ DOL e-Service และมีการพัฒนาระบบให้ประชาชนยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยขั้นตอนที่กรมที่ดินประชาสัมพันธ์ ได้แก่ เข้าระบบ เลือกบริการตรวจสอบหลักทรัพย์ ยืนยันตัวตน กรอกข้อมูล ตรวจสอบคำขอ และชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางที่กำหนด
    .
    นอกจากนี้ กรมที่ดินยังมีระเบียบเฉพาะว่าด้วยการขอตรวจหลักทรัพย์และขอสำเนาเอกสารด้วยระบบสารสนเทศ โดยเว็บไซต์กรมที่ดินเผยแพร่ระเบียบและคู่มือฉบับปรับปรุงสำหรับการให้บริการดังกล่าวด้วย
    .
    “ตรวจหลักทรัพย์” ไม่เหมือน “ขอคัดโฉนด”
    อีกเรื่องที่ต้องแยกให้ออกคือ การตรวจสอบหลักทรัพย์ กับ การขอตรวจหรือคัดเอกสารทะเบียนที่ดิน เป็นคนละกระบวนการ
    .
    หากรู้เลขโฉนดหรือทราบรายละเอียดที่ดินอยู่แล้ว การตรวจเอกสารทะเบียนที่ดินจะเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง แต่ถ้ามีเพียงชื่อบุคคลหรือนิติบุคคลและต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีทรัพย์สินใดอยู่ในชื่อบุคคลนั้นหรือไม่ จึงเข้าลักษณะ “ตรวจสอบหลักทรัพย์” ซึ่งมีเงื่อนไขเรื่องฐานสิทธิของผู้ขอโดยเฉพาะ
    .
    ข้อมูลแนวทางปฏิบัติของกรมที่ดินมีรายละเอียดเรื่องช่องทางยื่นคำขอทั้งแบบที่สำนักงานที่ดินและผ่านระบบสารสนเทศ โดยหลักเกณฑ์เดิมสำหรับการยื่นคำขอโดยบุคคลหรือนิติบุคคลเอกชนกำหนดให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ ขณะที่ระบบสารสนเทศได้เข้ามาเพิ่มความสะดวกในการยื่นคำขอในปัจจุบัน
    .
    ดังนั้น หากจะไปยื่นด้วยตนเอง ควรตรวจสอบช่องทางและสำนักงานที่รองรับคำขอในปัจจุบันก่อนเดินทาง เพราะขั้นตอนของระบบออนไลน์กับการยื่น ณ สำนักงานที่ดินอาจแตกต่างกัน

    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/p/1Jxdvaopuv/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองต่างประเทศรัสเซีย นารีชกิน กล่าวว่ายูเครนใกล้ไม่เหลือคนให้เกณฑ์ทหาร:

    ✔️ ตามการคาดการณ์ของหน่วยข่าวกรองยุโรปหลายแห่ง ศักยภาพในการเกณฑ์ทหารของกองทัพยูเครนจะหมดลงอย่างสิ้นเชิงภายในหนึ่งปี ความพร้อมสำหรับความขัดแย้งทางอาวุธขนาดใหญ่ภายในปี 2030 ถูกระบุไว้ในเอกสารแนวคิดหลักของสหภาพยุโรป และในสมุดปกขาวเกี่ยวกับการป้องกันประเทศของยุโรป

    ✔️ ชนชั้นนำในยุโรปให้ความช่วยเหลือทางทหารและการเงินอย่างเต็มที่แก่ระบอบนีโอนาซีในเคียฟ พร้อมทั้งขัดขวางทุกความพยายามในการยุติความขัดแย้งโดยสันติในยูเครน

    ✔️ สังคมการบริโภคนิยมและแนวคิดมนุษยนิยมข้ามเพศของยุโรป ในความเป็นจริงไม่ได้มีความพร้อมสำหรับสงครามขนาดใหญ่และที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในตะวันออก สังคมนั้นสปอยล์และผิดเพี้ยนจนเกินไป

    05/09/2026

    #ZFrontier #Russia #Ukraine #SVR #Naryshkin #EU #Kyiv

    https://www.facebook.com/share/p/19NK6Gr7DZ/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน Sybiha กล่าวว่า รัสเซียจำเป็นต้องเปลี่ยนถ้อยคำเพื่อยุติความขัดแย้ง:

    ผมอยู่กับประธานาธิบดียูเครนในบังเกอร์ตั้งแต่นาทีแรก อาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง ลึกลงไปใต้ดิน 100 เมตร ผมจำข้อเสนอทั้งหมดของรัสเซียได้ ข้อเสนอเกี่ยวกับการยอมจำนนทั้งหมดเหล่านั้น มันยอมรับไม่ได้ ข้อเสนอเช่นนี้ไม่สามารถยอมรับได้ และยูเครนจะไม่มีวันยอมรับสูตรใดๆที่ต้องแลกมาด้วยบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของตน นี่ไม่ใช่แม้แต่สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ แต่มันคือความเป็นจริงทางภูมิรัฐศาสตร์ นี่คือความแข็งแกร่งของยูเครน ยูเครนกำลังต้านทานการโจมตี แต่รัสเซียพวกเขายังไม่เปลี่ยนถ้อยคำของพวกเขา”

    [ยูเครนพร้อมสำหรับการประนีประนอมใดๆในการเจรจาเหล่านี้หรือไม่?]

    มันถือเป็นการประนีประนอมหรือแนวทางทางการทูตครั้งใหญ่ เราพร้อมสำหรับการเจรจาดังกล่าว โดยอาศัยจุดยืนที่ว่า เรายืนอยู่ในจุดที่เรายืนอยู่ เราหยุดลงและเปิดกระบวนการทางการทูต กระบวนการทางการทูตเชิงรุก สิ่งที่ผมสามารถพูดได้อย่างชัดเจนก็คือยูเครนจะไม่มีวันยอมรับข้อเสนอใดๆที่ต้องแลกมาด้วยคุณค่าทางดินแดนและอธิปไตยของเรา เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด รวมถึงการจำกัดสิทธิ์ของเราในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ การเลือกพันธมิตร หรือการเป็นสมาชิกในองค์กรใดๆ นี่คือสิทธิขาดของเรา

    05/09/2026

    #ZFrontier #Ukraine #Russia #Sybiha

    https://www.facebook.com/share/p/1DgbZ4agu7/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ที่ปรึกษาประธานาธิบดี โคเบียคอฟ (Kobyakov) แถลงว่า จุดที่กู้คืนไม่ได้ในยูเครนได้ผ่านพ้นไปแล้ว:

    ทรัมป์อาจจะได้รับรางวัลโนเบล แต่เขากลับยินดีกับเงิน 13 ล้านดอลลาร์ที่ขโมยมาจากเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตามแผนการในเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษนั้นเป็นอีกอย่างหนึ่ง บางคนในกลุ่มนั้นไม่ได้ปิดบังความตั้งใจเป็นพิเศษด้วยซ้ำ กองกำลังทหารในยูเครนกำลังจะหมดลง อย่างเช่น เคลล็อกก์ที่เดินทางมาถึง ได้กล่าวอย่างเปิดเผยว่าจำเป็นต้องเริ่มเกณฑ์ผู้หญิงเข้าสู่กองทัพยูเครน

    มีการลดอายุเกณฑ์ทหารลงเหลือ 20 ปี ในขณะเดียวกันภายในประเทศมีเด็กเกิดใหม่เพียงคนเดียวต่อผู้เสียชีวิตสี่คน จุดที่กู้คืนไม่ได้ในยูเครนได้ผ่านพ้นไปแล้ว นี่คือการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์อย่างแท้จริง และมีเพียงรัสเซียเท่านั้นที่จะช่วยประเทศนี้ได้

    05/09/2026

    #ZFrontier #Ukraine #Russia #Kobyakov #Trump #Kellogg #USA #UK #Venezuela
    https://www.facebook.com/share/p/1DFnHF3fyV/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นายกรัฐมนตรีแคนาดา คาร์นีย์ ชี้ทรัมป์มีสิทธิ์เชิญปูตินร่วมประชุม G20 ที่ไมอามี พร้อมฝากข้อความย้ำให้ถอนกำลังออกจากยูเครน

    นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ กล่าวถึงกรณีที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) อาจเชิญประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม 20 ที่ไมอามี :

    ประการแรก ฝ่ายเจ้าภาพเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะเชิญใคร ฉันเข้าร่วมการประชุม G20 มาตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดจึงเป็นผู้กำหนดว่าจะเชิญใคร มีเหตุผลที่สมบูรณ์และหนักแน่นว่าทำไมหลังจากที่รัสเซียเปิดฉากโจมตีโดยปราศจากการยั่วยุในปี 2014 ประเทศรัสเซียจึงถูกขับออกจากกลุ่ม G7 และการโจมตีที่เกิดขึ้นตามมาเมื่อเกือบห้าปีที่แล้ว ก็นำไปสู่การระงับบทบาทของรัสเซียจาก G20

    แคนาดาให้การสนับสนุนยูเครนอย่างมั่นคงเสมอมา และฉันคิดว่าทุกคนต่างทราบดีเรื่องนี้ ฉันเคยพบกับ วลาดิเมียร์ ปูติน มาแล้วหลายครั้งในอดีต เขาเข้าใจเพียงแค่เรื่องของความแข็งแกร่งและความตรงไปตรงมาเท่านั้น ดังนั้นข้อความถึงปูตินจึงเป็นเรื่องง่ายๆคือ ออกไปจากยูเครน, คืนดินแดนทั้งหมดของยูเครนให้แก่ยูเครน, ยุติสงครามนี้ที่คร่าชีวิตผู้คนของคุณไปมากกว่า 30,000 คนในแต่ละเดือน และหากพูดกันตามตรง ฉันจะหยุดอยู่แค่นี้ เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่สุด

    05/09/2026

    #ZFrontier #MarkCarney #Canada #DonaldTrump #VladimirPutin #G20 #Miami #Russia #Ukraine #G7

    https://www.facebook.com/share/p/1CLt9TukbW/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โดนัลด์ ทรัมป์ ชี้ความขัดแย้งในยูเครนไม่จบเพราะความขัดแย้งระหว่างปูติน-เซเลนสกี พร้อมวิจารณ์ลอนดอนและกล่าวถึงการโจมตีอิหร่าน

    - โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ความขัดแย้งในยูเครนยังคงไม่สิ้นสุดลงเนื่องจาก "ความขัดแย้งระหว่างปูตินและเซเลนสกี":

    ฉันจะบอกคุณว่าระดับความขัดแย้งระหว่าง วลาดิเมียร์ ปูติน และ โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำไมสงครามนี้ถึงไม่ยอมจบสิ้นเสียที และหากการเลือกตั้งไม่ได้ถูกโกง หากการเลือกตั้งในปี 2020 ไม่ได้ถูกโกง สิ่งนี้ก็คงไม่มีวันเกิดขึ้น สงครามนี้คงไม่มีวันเริ่มต้นขึ้นอย่างแน่นอน

    - ทรัมป์ กล่าวถึงการที่กรุงลอนดอนเปลี่ยนแปลงไปจนจำไม่ได้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา:

    ฉันหมายความว่าหากคุณเดินไปตามกรุงลอนดอนในเวลานี้ มันกลายเป็นเมืองที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง คุณมีนายกเทศมนตรีที่แย่มาก เขาไม่เข้าใจอะไรเลย เขาเป็นคนที่แย่มาก เป็นคนที่แย่จริงๆ เขาเป็นนายกเทศมนตรีที่แย่มาก คุณมีอัตราการก่ออาชญากรรมที่สูงมาก และกรุงลอนดอนก็กลายเป็นเมืองที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

    หากคุณพาคนที่เคยอยู่ที่นี่เมื่อ 15–20 ปีก่อน มาเดินในลอนดอนตอนนี้ เขาคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เมืองนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปจนจำไม่ได้

    - ทรัมป์ ระบุว่าการโจมตีอิหร่านเป็นการปกป้องสหราชอาณาจักร :

    ฉันกำลังปกป้องประเทศของคุณจากภัยคุกคามนี้เช่นกัน เพราะหากอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์...

    [ใช่ นั่นคือความจริง]

    พวกเขามีแนวโน้มที่จะใช้นิวเคลียร์ในยุโรปซึ่งเป็นพื้นที่ที่ขีปนาวุธของพวกเขาสามารถยิงไปถึงได้มากกว่าการใช้กับอเมริกา ซึ่งพวกเขายังยิงไปไม่ถึงในขณะนี้ และฉันกำลังช่วยประเทศของคุณให้รอดพ้นจากปัญหานี้ เพราะพวกเขาจะใช้มันแน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึงเหลือเวลาอีกเพียงสองสัปดาห์หรืออาจจะสี่สัปดาห์ ก่อนที่จะสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ และพวกเราก็ได้โจมตีพวกเขาโดยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด

    05/09/2026

    #ZFrontier #DonaldTrump #VladimirPutin #VolodymyrZelenskyy #Ukraine #London #Iran #UnitedKingdom #Europe #America

    https://www.facebook.com/share/p/1VEojJd5CN/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,694
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหภาพยุโรปเตรียมมาตรการ "'จำกัดวีซ่าแบบเจาะจง" สำหรับชาวรัสเซีย หลังพบ "การกระทำที่เป็นปรปักษ์": สหภาพยุโรปเตรียมคุมเข้มนโยบายวีซ่าต่อชาวรัสเซีย

    คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission: EC) ยังได้ยืนยันว่ากำลังจัดทำข้อเสนอสำหรับการคุมเข้มกฎระเบียบวีซ่าสำหรับพลเมืองของประเทศที่สาม ซึ่งรวมถึงรัสเซีย เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานที่ระบุว่า หนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในความพยายามโจมตีด้วยโดรนเมื่อเดือนที่แล้วในไลพ์ซิก ถือวีซ่าท่องเที่ยวของอิตาลี

    โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป มาร์คุส ลัมเมิร์ท (Markus Lammert) แถลงว่า:

    "ในระดับสหภาพยุโรป (EU) เราสามารถดำเนินมาตรการ — และกำลังดำเนินการอยู่แล้ว — เพื่อคุมเข้มการออกวีซ่าให้รัดกุมยิ่งขึ้น หนึ่งในขั้นตอนแรกๆที่เราดำเนินการในปี 2022 คือการระงับข้อตกลงอำนวยความสะดวกด้านวีซ่ากับรัสเซียโดยสมบูรณ์ และในปี 2022 เช่นเดียวกัน เราได้ผ่านคำแนะนำที่ชัดเจนสำหรับประเทศสมาชิกเกี่ยวกับการออกวีซ่าให้แก่พลเมืองรัสเซีย โดยเรียกร้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับประเด็นความมั่นคงและการควบคุมชายแดน"

    05/09/2026

    #ZFrontier #EU #EuropeanCommission #MarkusLammert #Russia #Leipzig #Italy
    https://www.facebook.com/share/p/19cTw4XNTG/
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...