เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 2 กรกฎาคม 2026 at 19:42.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,592
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,166
    ค่าพลัง:
    +26,958
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,592
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,166
    ค่าพลัง:
    +26,958
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ในส่วนที่อยากจะกล่าวถึงในวันนี้ก็คือเรื่องสลดใจ ที่เด็กอายุ ๑๑ - ๑๒ ขวบขับรถชนขบวนพระธุดงค์มรณภาพ ๑๒ รูป และบาดเจ็บอยู่โรงพยาบาลอีกหลายรูป..!

    เรื่องพวกนี้อยากจะกล่าวถึงหลายประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกก็คือบุคคลที่มองพระสงฆ์หรือพระพุทธศาสนาในแง่ร้าย ไม่เคยคิดหรือว่ากล่าวอะไรที่เป็นคุณงามความดีเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ข่าวออกมาก็คอมเมนต์ทันควันว่า "เป็นพระทำไมไม่อยู่วัด ไปเดินอะไรอยู่ข้างถนน ?" บุคคลที่จิตใจมืดบอดจนขนาดนี้ เป็นอะไรที่น่าสงสารมาก..!

    ความจริงแล้วคำว่า "ธุดงค์" ก็คือหลักการปฏิบัติที่ค่อนข้างจะเคร่งครัด ๑๓ ข้อ ไม่ใช่การเดินไปที่โน่นที่นี่ การเดินไปที่โน่นที่นี่ การเดินภาษาบาลีใช้คำว่า "จาริก" เพียงแต่ว่าการที่จะปฏิบัติในธุดงควัตรบางข้อนั้นจะต้องหาที่สงบ ที่เหมาะแก่ตนเองจะไปประพฤติปฏิบัติ จึงต้องออกเดินเพื่อหาสถานที่นั้น ๆ ซึ่งลักษณะการเดินก็มี ๒ ประเภท ประเภทแรกก็คือเดินไปกำหนดใจภาวนาไปด้วย ประเภทหลังก็คือ เดินไปจนถึงสถานที่สัปปายะแก่ตนเองแล้ว ก็อยู่ประพฤติวัตรปฏิบัติธรรมที่นั่น

    เราท่านทั้งหลายจะเห็นได้ว่าบุคคลที่มองพระภิกษุสามเณร หรือพระพุทธศาสนาในแง่ร้ายนั้น จะไม่เอาเหตุเอาผลอะไรทั้งสิ้น มีเรื่องขึ้นมาเมื่อไร ใครผิดใครถูกกูไม่สนใจ กูจะต้องตำหนิพระ ด่าว่าพระเอาไว้ก่อน..! ประเภทนี้รอดจากอบายภูมิยากเต็มที ยกเว้นว่าจะมีการขอขมาพระรัตนตรัย แล้วตั้งหน้าตั้งตารักษาศีล เจริญภาวนา จึงพอที่จะเอาตัวรอดได้บ้าง แต่ก็มีโอกาสรอดน้อยเหลือเกิน..!

    ประการที่ ๒ คือมีสุภาพสตรีท่านหนึ่ง เมื่อเจอเหตุการณ์ก็วิ่งเข้าไปช่วยเหลือพระ ซึ่งในฐานะชาวพุทธ เราก็รู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงกับพระนั้นห้ามใกล้กัน เพียงแต่ว่าในฐานะของบุคคล ถึงเวลาแล้วในเรื่องของพระธรรมวินัยกับเรื่องของชีวิตที่อยู่ตรงหน้า บุคคลผู้นี้ต้องบอกว่าตัดสินใจได้ถูกต้อง ก็คือช่วยเหลือพระเอาไว้ก่อน

    แต่ถึงขนาดเข้าไปช่วยเหลือเร็วขนาดนั้น ก็ยังมรณภาพคาที่ไป ๕ รูป อีก ๗ รูปมรณภาพระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนที่เหลือก็บาดเจ็บหนักบ้าง เบาบ้าง สรุปว่าขบวนพระธุดงค์ ๓๔ รูป ตอนนี้เหลือทั้งบาดเจ็บและไม่บาดเจ็บอยู่แค่ ๒๖ รูป ต้องขอชมเชยโยมผู้หญิงที่ตัดสินใจช่วยเหลือพระอย่างทันท่วงที ไม่อย่างนั้นก็อาจจะมีบางรายที่จะต้องมรณภาพลงไปอีก..!

    ประการที่ ๓ ก็คือมีการบอกกล่าวว่าเด็กผู้นี้เป็นเด็กพิเศษ ขโมยรถจากพ่อแม่ไปขับ แต่ปัจจุบันนี้ตำรวจแจ้งว่าเด็กอยู่ในสภาวะช็อค คำอธิบายตรงนี้ค้านกัน เนื่องเพราะว่าเด็กพิเศษมักจะไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ทำอะไรตามอารมณ์เองเท่านั้น การที่ทำความผิดแล้วจะช็อคนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,592
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,166
    ค่าพลัง:
    +26,958
    ประการต่อไปก็คือ รถที่เด็กขับออกจากบ้านเป็นรถเกียร์กระปุก ผู้ปกครองบอกว่าเด็กขโมยรถไปขับเป็นครั้งแรก ใครที่เคยขับรถเกียร์กระปุก ทุกคนจะรู้ว่าขับยากแค่ไหน ?! เหยียบคลัชเข้าเกียร์แล้ว ถ้าปล่อยคลัชผิดจังหวะรถจะสะดุดดับอยู่เสมอ ไม่ใช่ซิ่งไปด้วยความเร็วสูงเกิน ๑๒๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง ถึงขนาดเป็นสิบ ๆ กิโลเมตรจากบ้านตัวเองแบบนั้น..!

    แล้วเด็กที่ขับรถคล่องจนถึงขนาดนั้น ใครเป็นคนสั่งคนสอน รู้ว่าลูกเป็นเด็กพิเศษ สิ่งที่เป็นอันตรายจะต้องเก็บให้พ้นมือ ไม่ว่าจะมีด จะปืน จะฟืน จะไฟ หรือว่าสิ่งของที่อาจจะสร้างปัญหาให้ได้ เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าเราไม่เอาอารมณ์เข้าไปประกอบด้วย ก็จะมองเห็นภาพที่ชัดเจนมาก..!

    ประการต่อไปก็คือพระเมตตาจากสมเด็จพระสังฆราช ที่รับเอาพระซึ่งมรณภาพ ตลอดจนกระทั่งบาดเจ็บไว้ในพระสังฆราชูปถัมภ์ พูดง่าย ๆ ก็คือช่วยงานศพและช่วยค่ารักษา ตรงนี้ต้องบอกว่าองค์ประมุขสงฆ์ของเรา ขยับพระองค์ได้เร็วมาก เพราะว่าในฐานะผู้นำสูงสุด สิ่งที่พระองค์ท่านทำก็คือ สิ่งที่พระลูกพระหลานจะยึดเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป

    ข้อต่อไปก็คือพระภิกษุ ๕ รูปแรกที่หัวแถว ไม่มีใครเป็นอันตรายเลย สามารถหลบพ้นจากรถที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงขนาดนั้นได้ทุกรูป ก็แปลว่าท่านที่โดนกวาดไปจนแทบจะไม่เหลือทั้งแถวนั้น ก็คือช่วงกลาง ข้อนี้จะทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า ถ้าบุคคลที่ไม่ได้สร้างกรรมร่วมกันมา อย่างไรเสียก็ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดอันตรายได้..!

    อย่างที่หลาย ๑๐ ปีก่อน มีเครื่องบิน JAL ของสายการบินญี่ปุ่น เครื่องระเบิดตก ๒๕๐ กว่าชีวิต เสียชีวิตทั้งหมด มีเด็กหญิง ๕ ขวบคนเดียวที่รอด แล้วทุกคนก็พยายามที่จะหาเหตุผลว่ารอดได้อย่างไร ? นักวิชาการหลายคนพยายามอธิบายว่าเด็กรัดตัวเองติดกับเก้าอี้ เมื่อเก้าอี้หล่นลงมาถึงพื้นก็อยู่ในลักษณะที่คว่ำ ป้องกันเด็กไว้ได้พอดี..!

    กระผม/อาตมภาพอยากให้เขาลองไปนั่งดู ไม่ต้องสูงถึงขนาดเป็นหลายกิโลเมตรแบบที่เครื่องบินตก เอาแค่สัก ๑๐๐ - ๒๐๐ เมตรแล้วทิ้งลงมาก็พอว่าจะเหลือไหม !? เนื่องเพราะว่าสิ่งของที่ตกจากที่สูงขนาดนั้น ต่อให้เก้าอี้ครอบเอาไว้ก็จะโดนกระชากทั้งอวัยวะภายนอกภายในบรรลัยหมด..! ไม่ใช่ว่าเก้าอี้ครอบอยู่แล้วจะรอดได้

    เรื่องของกรรมจึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายควรที่จะศึกษา และโดยเฉพาะเมื่อเข้าใจแล้วก็ขอให้เชื่อ เนื่องเพราะว่าไม่มีบุคคลใดเลยที่จะรอดจากกระแสกรรมไปได้ ถ้าเราอ่านในพระธรรมบทก็จะเห็นว่า ภรรยานายเรือซึ่งลอยลำอยู่กลางมหาสมุทร อยู่ ๆ ทั้งที่ลมดี เรือไม่ได้มีปัญหา แต่แล่นต่อไปไม่ได้

    สมัยก่อนเขาใช้วิธีเสี่ยงดวงว่าปัญหานี้เกิดจากใคร ? จับสลากหาคนกาลกิณีที่เป็นต้นเหตุ จับ ๓ รอบ สลากตกอยู่กับภรรยานายเรือทั้ง ๓ รอบ ก็เลยโดนจับใส่แพลอยน้ำไปตามลำพัง ไม่ต้องหวังว่าจะรอด เนื่องเพราะว่าในอดีตเคยสร้างกรรมไว้ด้วยการเอาสุนัขไปถ่วงน้ำ..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,592
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,166
    ค่าพลัง:
    +26,958
    พระภิกษุสงฆ์อีกหลายรูปเดินทางจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ถึงเวลาไปเจอวัดอื่นกลางทาง ขอเข้าไปพัก ทางเจ้าถิ่นให้พักในถ้ำเพื่อความสะดวกสบาย แต่กลางดึกหินใหญ่ก้อนเท่าเรือนยอดกลิ้งจากยอดเขาลงมาปิดปากถ้ำพอดี แม้ว่าพระเจ้าถิ่นจะระดมคนทั้งหมู่บ้านมาช่วยกันแงะช่วยกันงัดอย่างไรก็ไม่กระดิกกระเดี้ย จนกระทั่งเวลาผ่านไป ๗ วัน อยู่ ๆ ก้อนหินก็กลิ้งหลุดไปเอง พระทั้งหมดผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก..!

    เนื่องเพราะว่ามีชาติหนึ่งเกิดเป็นเด็กชาวนา ไล่ต้อนสัตว์จับสัตว์ต่าง ๆ เป็นอาหาร ไปไล่ตะกวดตัวหนึ่งซึ่งหนีเข้าไปอยู่ในจอมปลวก ก็ได้หาวัตถุมาอุดเอาไว้ แล้วกะว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาจัดการกับตะกวดตัวนี้ แต่ด้วยความเป็นเด็ก เอาแต่ความเพลิดเพลินเป็นหลัก รุ่งขึ้นก็ลืมไป..!

    กว่าจะนึกได้ เวลาผ่านไป ๗ วัน ย้อนกลับไปสถานที่นั้นอีกที เอาวัสดุที่อุดรูออก ตะกวดคลานออกมา ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เมื่อเห็นดังนั้นก็เลยไม่คิดที่จะกิน ปล่อยให้รอดชีวิตไปได้ ตนเองก็เลยไปติดอยู่ในถ้ำ ๗ วันเป็นการชดใช้กรรมตรงจุดนี้..!

    ภิกษุอีกสองรูปเดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ระหว่างผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่งเกิดพายุ พัดเอาเสวียนหม้อที่ติดไฟลอยขึ้นไปบนฟ้า เด็กรุ่นใหม่ ๆ ไม่เคยเห็นว่าเสวียนหม้อหน้าตาเป็นอย่างไร ? ก็คือเป็นฟางหรือว่าหญ้าที่เขาบิดจนกระทั่งกลายเป็นวงกลม เอาไว้รองหม้อดินไม่ให้กระทบแตก ปรากฏว่าเสวียนหญ้าติดไฟลอยขึ้นไป แล้วมีอีกาบินผ่านมาโดนคล้องเอาไว้พอดี โดนไฟไหม้ตกลงมาตาย ก็เพราะว่าในอดีตชาติก็เคยจับวัวของตนเอง เอาผ้าชุบน้ำมันพันหางแล้วก็จุดไฟเผา..!

    เราจะเห็นว่าแม้จะอยู่ในซอกเขา อยู่ในกลางมหาสมุทร หรือว่าบนอากาศ ท้ายที่สุดไม่สามารถที่จะหนีกรรมเหล่านั้นได้เลย ดังนั้น..การที่พระธุดงค์ทั้งคณะ ท่านที่สร้างกรรมมาหนักก็มรณภาพ ท่านที่สร้างกรรมมาน้อยก็บาดเจ็บสาหัสบ้างเบาบ้าง

    จึงเป็นเรื่องที่เราควรจะตระหนักว่าเรื่องของกรรมนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก อย่าไปประมาทว่าเป็นความชั่วเพียงเล็กน้อยแล้วกระทำ หรือว่าไปประมาทว่าเป็นความดีเล็กน้อยแล้วไม่ทำ เพราะว่าความดีความชั่วจะเล็กน้อยปานใดก็ตาม ท้ายที่สุดก็จะส่งผลต่อเจ้าของผู้กระทำนั้น ๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเทศน์สอนพวกเราก็คือให้เชื่อกรรม ให้เชื่อว่ากรรมนั้นจะส่งผลแก่ผู้กระทำ ให้เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เหล่านี้เป็นต้น

    เราท่านจึงควรที่จะตั้งสติ มองเหตุการณ์นี้ในหลาย ๆ แง่มุม โดยที่ไม่ต้องไปประณามผู้ใด หรือว่าไปคล้อยตามผู้ใด ทุกคนมีปัญญา จะมองเห็นมากมองเห็นน้อยก็ตาม ขอให้เห็นว่านั่นเป็นกรรมของคนอื่น อย่าไปสร้างกรรมด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจในลักษณะซ้ำเติมผู้คน ไม่เช่นนั้นแล้วจากกรรมของผู้อื่นจะกลายเป็นกรรมของเราทันที..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤัสบดีที่ ๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...