เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 1 กรกฎาคม 2026.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,611
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,962
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,611
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,962
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถนนพหลโยธิน หมู่ที่ ๑ ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่เช้า เพื่อร่วมงาน ๖๕ ปี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตลอดจนรับโล่และประกาศเกียรติคุณของคณะครุศาสตร์ ในฐานะผู้มีอุปการคุณกับทางคณะ

    เมื่อไปถึง ทำการลงทะเบียนเข้าร่วมงานเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็นำไปนั่งทางด้านหน้าซึ่งได้จัดเอาไว้ สักครู่หนึ่ง พระมหาไพโรจน์ กนโก, ดร. ผู้อำนวยการกองกลาง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งคุ้นเคยกันในฐานะที่ท่านเป็นผู้ดำเนินรายการเสียงธรรมจากมหาจุฬาอาศรมก็มานั่งคุยด้วย บอกว่า "ถ้างานไหนของส่วนกลางขาดท่านอาจารย์พระครูวิลาศกาญจนธรรมไป ก็จะเป็นเรื่องที่แปลกมาก"

    อีกสักครู่หนึ่ง พระครูภาวนาวรบัณฑิต วิ., ดร. (วริทธิ์ธร วรเวที) ผู้อำนวยการส่วนงานวางแผนและพัฒนาการอบรม สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ก็มานั่งประกบอีกด้านหนึ่ง คุยกันถึงเรื่องที่พวกเราทั้งหลายทุ่มเทให้กับการงานจนเจ็บไข้ได้ป่วยไปตาม ๆ กัน กระผม/อาตมภาพยังบอกว่า "พวกท่านแค่อายุ ๔๐ ต้น ๆ ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่ยังอยู่ในวัยทำงาน ส่วนผู้ที่ ๖๐ ปลาย ๆ อย่างผมก็คงเป็นได้แค่ผู้สนับสนุนเท่านั้น"

    ครู่ต่อมาท่านเจ้าคุณบัณฑิต - พระศรีวัชรสารบัณฑิต, ผศ.ดร. (บัณฑิต ปณฺฑิตเมธี) คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ก็เดินเข้ามายกมือไหว้ บอกว่า "กราบขอบพระคุณหลวงพ่อพระครูเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้การสนับสนุนทางคณะตลอดมา จึงได้นิมนต์ให้มารับโล่และประกาศเกียรติคุณผู้มีอุปการคุณในครั้งนี้"

    หลังจากนั้น กระผม/อาตมภาพก็ทักทายครูบาอาจารย์รุ่นเก่า ๆ ของคณะครุศาสตร์ ซึ่งเคยสอนกระผม/อาตมภาพมาตั้งแต่สมัยปริญญาตรี มีท่าน รศ.ดร.ชาติชาย พิทักษ์ธนาคม , ท่าน รศ.ดร.สมชัย ศรีนอก , ท่าน รศ.ดร.สุทธิพงษ์ ศรีวิชัย และท่าน รศ.ดร.สมศักดิ์ บุญปู่ เป็นต้น

    ปรารภกันถึงรศ.ดร.อินถา ศิริวรรณ ซึ่งเป็นปูชนียาจารย์อีกรูปหนึ่งของทางคณะครุศาสตร์ ที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปไม่กี่วันนี้เองว่า เราท่านทั้งหลายก็ล้วนแล้วแต่อายุกาลผ่านวัยมาถึงปานนี้ ก็คงได้แต่ทุ่มเทให้กับหน้าที่จนตัวตาย ประมาณว่านักรบลงสนามแล้ว ย่อมไม่มีการถอยหลัง..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,611
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,962
    จากนั้นก็นัดกันไปรับพระเดชพระคุณพระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ, ป.ธ. ๙) องค์อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งท่านเดินทางมาถึง พอเห็นกระผม/อาตมภาพก็ผายมือเชิญ บอกว่า "ท่านอาจารย์พระครูขึ้นไปทำพิธีเปิดด้วยกัน" เนื่องเพราะว่ามีการตัดริบบิ้นเปิดประตูเข้าอาคารสำนักงานของคณะครุศาสตร์ ซึ่งเพิ่งจะบูรณะใหม่เอี่ยมอ่อง

    กระผม/อาตมภาพดึงท่านเจ้าคุณโชว์ - พระราชบัณฑิตวัชรดิลก, รศ.ดร. (โชว์ ทสฺสนีโย) ให้ขึ้นหน้าไป แต่เจ้าคุณอาจารย์โชว์ดันหลังกระผม/อาตมภาพ ให้ขึ้นไปยืนเคียงกับหลวงพ่ออธิการบดี หลวงพ่ออธิการบดีบอกว่าให้จับกรรไกรด้วยกัน เพื่อเป็นมงคลแก่ทางคณะครุศาสตร์

    เมื่อตัดริบบิ้นและถ่ายรูปหมู่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เข้าไปดูการตกแต่งภายใน ซึ่งได้ยินว่าหมดไปเป็นล้าน แต่ด้วยความที่มีคณะเจ้าภาพผู้ศรัทธา จึงได้ทำออกมาเสียจนดูสวยงามน่าใช้เลยทีเดียว จากนั้นก็มาทำพิธีในการบูชาพระรัตนตรัย แล้วมอบโล่และประกาศเกียรติคุณต่อผู้อุปการต่อคุณคณะครุศาสตร์ ซึ่งมีอยู่ ๔ รูป/คนด้วยกัน จากนั้นก็เป็นการมอบประกาศเกียรติคุณแก่ท่านอื่น ๆ อีกหลายท่าน

    แล้วองค์อธิการบดีก็ให้โอวาท ซึ่งนาน ๆ ที่ "เสือยิ้มยาก" อย่างท่านจะให้โอวาทแล้วพวกเราหัวเราะกันคิกคักอยู่ตลอดเวลา เนื่องเพราะท่านกล่าวถึงวิธีทำงานของทางคณะครุศาสตร์ในลักษณะที่ว่า สถานที่ไหน ถ้าหากว่าว่างเปล่าเมื่อไร คณะครุศาสตร์จะเข้าไปยึดทันที แล้วก็ทำการปรับปรุงแก้ไข ตลอดจนกระทั่งวางโต๊ะ วางเก้าอี้ ให้อาจารย์คณะของตน

    จนกลายเป็นว่าปัจจุบันนี้ บางคณะอย่างเช่นว่าบัณฑิตวิทยาลัย ไม่มีที่อยู่ของตนเองในชั้นล่างของอาคารเรียนรวม ซึ่งปัจจุบันก็คืออาคารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อุปเสณมหาเถระ) ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คือเป็นวิธีการทำงานและวิธีการบริหารที่คนอื่น ๆ ควรที่จะเลียนแบบและทำตาม

    พวกเราฟังท่านให้โอวาทไปก็หัวเราะไป จากนั้นท่านก็กล่าวขอบพระคุณบรรดาผู้มีอุปการคุณต่าง ๆ โดยเฉพาะหลวงพ่อพระครูวิลาศกาญจนธรรม ที่แม้ว่าจะอยู่ไกลถึงทองผาภูมิ ใช้เวลาเดินทางถึง ๕ ชั่วโมง แต่ท่านก็มาให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยในทุกรูปแบบ เมื่อจบโอวาทแล้วก็มีการถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน แล้วกระผม/อาตมภาพก็ขอตัวเดินทางกลับ
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,611
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,962
    สิ่งที่เล่าให้ทุกท่านฟังอยู่ โดยเฉพาะเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรานั้นก็คือ อยากจะบอกให้ทุกท่านได้เห็นอย่างชัดเจนว่า การคณะสงฆ์และการพระพุทธศาสนานั้น ไม่ใช่เรื่องของบุคคลคนเดียว หากแต่เป็นเรื่องของพระภิกษุสงฆ์สามเณรทั้งหมด ที่ต้องร่วมใจกัน ในการสร้างคุณงามความดีและส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อให้ทุกอย่างจะได้ไปได้ด้วยดี และเจริญรุ่งเรือง

    ถ้าหากว่าเราเห็นแก่ตัว คิดว่าเอาเฉพาะตัวเรา หรือว่าวัดรอดไปได้ ศาสนานี้ก็จะตั้งอยู่ไม่ได้ เนื่องเพราะว่าศรัทธาเป็นของเฉพาะตน ถ้าหากว่าพระเถระรูปใดมีผู้ศรัทธามาก รู้จักกระจายศรัทธาออกไปสู่วัดวาอาราม ตลอดจนกระทั่งสำนักอื่น ๆ สำนักนั้นหรือว่าสายนั้น ๆ ก็จะเจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้า แต่ถ้าหากว่าเอาตัวรอดคนเดียว เวลามองมาข้างหลังอาจจะไม่เห็นใครเลยก็เป็นได้..!

    กระผม/อาตมภาพเล็งเห็นตรงนี้มานานแล้ว จึงพยายามที่จะช่วยเหลือเจือจานแก่บรรดาวัดวาอารามต่าง ๆ ที่มาขอความช่วยเหลืออยู่เสมอ มีมากก็ช่วยมาก มีน้อยก็ช่วยน้อย ยามไม่มีก็ช่วยเป็นกำลังใจ ไปเยี่ยมยามถามไถ่ ไปเป็นเกียรติในงานให้เขาก็ยังดี เมื่อเขาเกรงใจถวายปัจจัยไทยธรรมมา ก็มักจะสละให้เจ้าของสถานที่นั้น ๆ คืนไป ซึ่งส่วนมากก็มักจะนำเอาปัจจัยไทยธรรมของเราเองไปช่วยเหลืองานของท่านด้วย

    โดยเฉพาะในส่วนของการทอดกฐินปลดหนี้ ซึ่งปีนี้จะไปทอดที่ลานธรรมอรหันตาหน่อแก้วฟ้าโพธิญาณ บ้านหนองหญ้าขาว ตำบลหนองบัว อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ให้กับพระครูสมุห์เจษฎา หรือว่าครูบาหน่อแก้วฟ้า โชติปญฺโญ ซึ่งเป็นสหธรรมิกรุ่นน้องที่ท่านเคารพนับถือกระผม/อาตมภาพเป็นครูบาอาจารย์มานาน

    กระนั้นก็ยังต้องเรียงไปตามลำดับรายชื่อ กว่าจะถึงคิวก็รอจนแทบจะโลกลืมไปเลย..! การถวายกฐินปลดหนี้นั้นก็คือการช่วยเหลือวัดวาอารามที่เป็นหนี้เป็นสินในการก่อสร้าง หรือแม้ว่าไม่เป็นหนี้ แต่ว่างานไปต่อได้ยาก เนื่องเพราะว่ารายจ่ายมีมาก เพื่อให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นมีความคล่องตัวในการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา

    ญาติโยมจำนวนมากได้ถามว่า "ทำไมถึงไม่ทอดกฐิน ๗ วัด ? ไม่ทอดกฐิน ๙ วัด ? เนื่องเพราะว่าได้บุญมาก" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ถ้าว่ากันตามตรงก็ได้บุญมาก แต่ว่าได้เงินน้อย ถ้าหากว่าเฉลี่ยเป็นกฐิน ๙ วัด ได้วัดหนึ่ง ๒ แสนบาท ๓ แสนบาท สร้างส้วมยังไม่เสร็จเลย..! แต่ถ้าเราเทลงไปวัดเดียว ก็เห็นหน้าเห็นหลัง จะทำอะไรก็พอที่จะเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาได้"

    ดังนั้น..กระผม/อาตมภาพจึงขอเป็นเจ้าภาพกฐินปลดหนี้แค่ปีละ ๑ วัดเท่านั้น ท่านใดที่มีจิตศรัทธาจะร่วมบุญ ทางวัดก็ได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว ก็คือในการให้บูชาวัตถุมงคลไปตั้งแต่ต้นปี ขอเจริญพรขอบคุณญาติโยมทั้งหลายที่พร้อมใจกันมาสนับสนุนในงานนี้
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,611
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,962
    สำหรับปีถัดไปนั้น เป็นคิวที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ก็คือจะไปทอดกฐินปลดหนี้ที่วัดสิทธารถราชมณเฑียร ประเทศอินเดีย ของท่านเจ้าคุณกอล์ฟ - พระวิเทศวัชราจารย์ (เฉลิมชาติ ชาติวโร) เลขานุการธรรมทูตสายอินเดีย - เนปาล ลูกศิษย์อีกท่านหนึ่ง ซึ่งท่านเดินทางมาถวายสักการะในช่วงเข้าพรรษา หรือที่เรียกกันตามภาษาพระว่า"มาทำวัตรครูบาอาจารย์" ทุกปี ทั้ง ๆ ที่อยู่ไกลถึงขนาดนั้น โดยที่หลายท่านก็แทบจะไม่ทราบว่า กระผม/อาตมภาพเอง สนับสนุนท่านมาตั้งแต่ยังเป็นพระใหม่ จนกระทั่งปัจจุบันนี้กลายเป็นเจ้าคุณสายธรรมทูตต่างประเทศ เท่ไปเลย..!

    ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายตั้งใจจะร่วมบุญด้วย ถึงเวลาจะเปิดให้บูชาพระคำข้าวมหาลาภพุทธภูมิ ซึ่งได้ออกแบบและเริ่มสั่งสร้างไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านใดจะร่วมบุญก็เตรียมสตางค์เอาไว้ คาดว่าอย่างแพงก็องค์ละ ๒๐๐ - ๓๐๐ บาท ท่านทั้งหลายก็จะได้สร้างบุญกุศลในกฐินปลดหนี้ปีหน้าไปในตัว

    โดยที่กระผม/อาตมภาพจะมอบหมายให้กับทางเอ็นซีทัวร์ได้เป็นผู้นำในการเดินทางไป ถึงเวลาทางเอ็นซีทัวร์จะรับผู้ร่วมขบวนได้เท่าไร ก็แล้วแต่ทางเอ็นซีทัวร์จะพิจารณากันเอง กระผม/อาตมภาพเองก็คงไปในฐานะหัวหน้าขบวนอย่างแท้จริง เพราะว่าต้องไปเป็นประธานทอดกฐินในครั้งนั้น

    ที่กล่าวมาถึงตรงนี้ก็คือ การช่วยเหลืองานพระพุทธศาสนานั้น ไม่ใช่ช่วยในอำเภอทองผาภูมิ ไม่ใช่ช่วยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี ไม่ใช่ช่วยเฉพาะคณะสงฆ์ภาค ๑๔ และไม่ใช่ช่วยเฉพาะคณะสงฆ์ในประเทศไทย หากแต่ว่ามีผู้ใดที่ขอความช่วยเหลือมาและถึงคิวของตน ก็จะได้รับความช่วยเหลือทั้งสิ้น

    ขอให้เป็นการคณะสงฆ์และการพระพุทธศาสนาเท่านั้น ส่วนตนเองนั้นจะเป็นอย่างไรก็ช่าง เพราะถือว่าทำงานถวายแก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเป็นการทำงานครั้งสุดท้าย วันสุดท้ายอย่างไรก็ไม่ว่ากัน ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ขอทำให้เต็มที่ อยู่ในลักษณะว่า "เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน" ก็เพียงพอแล้ว

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...