เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 26 มิถุนายน 2026 at 18:15.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,563
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,160
    ค่าพลัง:
    +26,951
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,563
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,160
    ค่าพลัง:
    +26,951
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ คณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ นำโดยพระครูวรกาญจนโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ ได้ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์และจิตภาวนา ถวายกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อมฺพรมหาเถร) ในวาระทรงเจริญพระชนมายุ ๙๙ พรรษา

    สำหรับระยะนี้ญาติโยมหลายท่านส่งคำขอมาโดยตรง ให้กล่าวถึงเรื่องต่าง ๆ ที่กำลังโด่งดังอยู่ในโซเชียล อย่างเช่นว่าเรื่อง ตชด.กับวินมอเตอร์ไซค์ เหล่านี้เป็นต้น กระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ..!

    วันนี้ยังได้กล่าวกับพระภิกษุสามเณรในวัดว่า "มีใครติดซีรีส์แนวตั้งบ้าง ?" เนื่องเพราะว่ามีผู้หวังดีปรารถนาดี ส่งเข้ามาในกลุ่มไลน์ กระผม/อาตมภาพเปิดดูแล้ว ไม่มีอารมณ์ที่จะดูจบสักเรื่องหนึ่ง เนื่องเพราะรู้สึกรังเกียจในเรื่องของทางโลก ๆ ซึ่งแต่ละคนแสดง รัก โลภ โกรธ หลง ออกมาอย่างชนิดที่เรียกว่าไม่รู้จักอับอายฟ้าดิน ตัวเองชั่วยันเงา แต่กล่าวว่าที่ตัวเองเป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าผู้อื่นทำกับตนเองทั้งสิ้น..!

    บุคคลที่ไม่รู้จักพินิจพิจารณาหาความผิดของตนเอง ในลักษณะ อัตตนา โจทยัตตานัง นั้น ช่างน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง เนื่องเพราะว่าจะไม่มีวันที่สามารถปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้นได้เลย เพราะว่ามองแต่คนอื่น อยู่ในลักษณะที่โบราณเขาว่า
    "ผิดผู้อื่นมองเห็นเป็นภูเขา ผิดของเรามองเห็นเท่าเส้นขน ตดคนอื่นเหม็นเบื่อเหลือจะทน ตนของตนถึงเหม็นไม่เป็นไร..!"

    ในเมื่อตนเองมีความเข้าข้างตนเองแบบ "ตัวกู ของกู" เอาไว้อย่างเต็มที่ คำเตือนหรือการกระทำของบุคคลอื่น จึงไม่สามารถที่จะเป็นบทเรียนสอนใจให้กับตนเอง ที่จะนำไปใช้ในการปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้นได้เลย จัดอยู่ในประเภท "มืดมา แล้วมืดไป" โดยแท้..!

    ดังนั้น..ในเรื่องที่ญาติโยมต่าง ๆ รับเอาสารพัดข่าวสารเข้าไป ไม่ทราบเหมือนกันว่าทุกท่านรับเข้าไปถูกต้องหรือไม่ ?
    กระผม/อาตมภาพศึกษาข่าวสารบ้านเมืองก็แค่ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ใช่ไปมีอารมณ์ร่วมตามเขาไป เนื่องเพราะเสียดายอารมณ์ใจของตนเอง ที่อุตส่าห์ขัดเกลามาผ่องใสดีแล้ว จะรับเอาสิ่งสกปรกโสโครกเข้าไป ทำให้กำลังใจของตนเองสกปรกตามไปด้วย ต้องเสียเวลามาขัด มาเกลา มาแก้ไขกันอีกยาวนาน จึงพยายามหลีกเลี่ยงในการรับเรื่องเหล่านี้เข้ามาในใจ ส่วนใหญ่ก็อยู่ในลักษณะสักแต่ว่ารับรู้ ถึงกระนั้นก็ยังรู้สึกว่าโลกเรานี้เต็มไปด้วยทุกข์ เต็มไปด้วยภัย..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,563
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,160
    ค่าพลัง:
    +26,951
    แต่ว่าญาติโยมส่วนใหญ่กลับไม่รู้สึกในเรื่องของความเผ็ดร้อนของชีวิต ที่ประกอบไปด้วยความทุกข์และอันตรายเห็นปานนี้ นอกจากนั้นแล้วยังกระโดดลงไปเล่นด้วยอีกต่างหาก เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการพยายามจะหาพวก พูดง่าย ๆ ก็คือตนเองกระโดดลงกระทะทองแดงไปแล้ว ยังจะลากคนอื่นกระโดดตามไปด้วย..!

    ถ้าหากว่าตัวท่านยังไม่รู้สึกเบื่อ ไม่รู้สึกหน่าย ไม่รู้สึกเข็ด กับความทุกข์ยากเร่าร้อนของโลกใบนี้ ก็ขอเถอะ..อย่าพยายามลากคนอื่นเข้าไปด้วยเลย หลายต่อหลายท่านที่มีคำถามเข้าไปทางเว็บไซต์วัดท่าขนุน บางทีกระผม/อาตมภาพก็ตอบกลับไปแรง ๆ ว่า "แค่ใช้หัวแม่เท้าตรองดูก็ได้คำตอบแล้ว" ขอให้ท่านรู้ด้วยว่าเป็นคำถามที่ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะถาม ไม่ใช่อยากรู้เรื่องอะไรก็ถามไปหมด..!

    กระผม/อาตมภาพเคยบอกเคยกล่าวกับทุกท่านมาหลายครั้งแล้วว่า การได้กราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ เป็นครูบาอาจารย์ ในชีวิตฆราวาส ๑๑ ปี ในชีวิตความเป็นพระอีก ๗ พรรษา รวมแล้วทั้งหมด ๑๘ ปี กระผม/อาตมภาพเคยถามปัญหาพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านแค่ ๔ ครั้งเท่านั้น เนื่องเพราะว่า
    ในเรื่องของการปฏิบัติธรรมนั้น ถ้าหากว่าท่านตั้งหน้าตั้งตาต่อสู้ฟันฝ่าไปจริง ๆ ก็มักจะได้รับคำตอบด้วยตนเองอยู่แล้ว

    เพียงแต่ว่าบางขั้นบางตอน ซึ่งอยู่ในระหว่างเปลี่ยนผ่าน ที่ไม่สามารถจะบอกได้ว่าถูกต้องแล้วหรือไม่ ? จึงต้องไปรบกวนเรียนถามครูบาอาจารย์ โดยที่ยึดคำของท่านซึ่งกล่าวเอาไว้ในเสียงตามสาย และได้บอกกล่าวเอาไว้ในวันแรกที่บวชแล้วไปกราบรายงานตัวทั้งคณะ ที่ท่านบอกว่า "พวกเราบวชเข้ามาแล้ว ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ อะไรที่สมควรให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติไป เทปมี หนังสือมี ไปอ่านเอา ไปฟังเอา ถ้าหากว่าปฏิบัติตามแล้วติดขัดตรงไหนค่อยมาถาม"

    เรื่องพวกนี้เราท่านทั้งหลายนั้นมักจะฟังเป็น "ลมผ่านหู" ก็คือถือว่าเป็นคำสอนของครูบาอาจารย์ แต่กระผม/อาตมภาพนั้นไม่ใช่ เนื่องเพราะว่า
    คำของครูบาอาจารย์ก็คือคำสั่ง ในเมื่อสั่งก็ต้องทำตาม บางท่านที่ฟังเป็นคำสอน ก็อยู่ในลักษณะว่าจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ถ้าอย่างนั้น ท่านลองฟังเป็นคำสั่งดูบ้าง เผื่อว่าจะได้ประพฤติปฏิบัติตนเองให้ดียิ่งขึ้น

    กระผม/อาตมภาพเองนั้น แม้ว่าจะพากเพียรปฏิบัติ แต่ว่าก็ไม่ยอมให้วัตรปฏิบัติต่าง ๆ ตลอดจนกระทั่งระเบียบวินัยของพระต้องสูญเสียไป ทั้ง ๆ ที่ในแต่ละวันแต่ละคืนช่วงนั้น บางทีก็นอนแค่ ๒ ชั่วโมงเท่านั้น บางทีก็ปฏิบัติธรรมโต้รุ่งยันสว่าง แต่เรื่องของการสวดมนต์ ทำวัตร บิณฑบาต เจริญพระกรรมฐาน ปฏิบัติหน้าที่เวรยามตามคำสั่ง ไม่เคยบกพร่อง

    เนื่องเพราะว่า
    พยายามปรับทุกอย่างเข้ามาเป็นกรรมฐานทั้งหมด ก้าวแรกที่ออกจากวัดเพื่อบิณฑบาต ก็กำหนดใจภาวนาไปด้วย พยายามรักษากำลังใจไม่ให้เคลื่อนคลายไปไหน ตั้งแต่ก้าวแรกจนกระทั่งก้าวสุดท้ายที่เหยียบกลับวัด แม้ว่าในระยะแรก ๆ จะทำได้แค่ไม่นานก็ตาม พยายามพากเพียรทำไป จนกระทั่งวันแรกที่สามารถรักษาอารมณ์ใจไว้ได้ ตั้งแต่ก้าวแรกถึงก้าวสุดท้าย ไม่เคลื่อนไม่คลายไปไหน รู้สึกดีใจมาก เหมือนกับจะเหาะจะบินได้ มีความรู้สึกว่าต้องทำให้ได้แบบนี้แหละ เราถึงจะมีโอกาสชนะกิเลสได้..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,563
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,160
    ค่าพลัง:
    +26,951
    ในเรื่องของการสวดมนต์ทำวัตร ก็อาศัยคำสวดมนต์นั่นแหละแทนคำภาวนา พูดง่าย ๆ ว่าทรงฌานในระหว่างทำวัตรนั่นเอง เพียงแต่ว่าเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ถ้าไม่ฝึกซ้อมให้คล่องตัว ท่านทั้งหลายที่สมาธิหยาบ ก็จะนิ่งเงียบไปเฉย ๆ ขอให้พากเพียรพยายามทำให้ได้ ไม่เช่นนั้นแล้ว โอกาสที่ดีที่สุดในการปฏิบัติธรรมของท่านก็จะหลุดลอยไปเสียเปล่า ๆ..!

    ส่วนในเรื่องของการปฏิบัติกรรมฐานนั้น ด้วยความที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านบังคับว่า พระทุกรูปซึ่งบวชที่วัดท่าซุงจะต้องฝึกมโนมยิทธิได้ก่อนจึงจะให้บวช แต่กระผม/อาตมภาพนั้น ฝึกมโนมยิทธิได้ก่อนที่จะบวช ๘ - ๙ ปี และซักซ้อมอย่างชนิดที่โดนครูฝึกไล่ออกมา เนื่องเพราะว่าแค่ครูฝึกเอ่ยคำแรก ก็รู้ว่าทั้งประโยคท่านจะพูดอะไร จึงชิงตอบคำถามไปก่อน ขณะที่คนอื่นยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย จึงทำให้การฝึกในวงนั้นเสียผล จนโดนไล่ออกมา..!

    พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านที่รับสังฆทานอยู่ยังหัวเราะ บอกว่า "ไอ้หนู..คล่องตัวขนาดนั้นแล้วไปเป็นครูสอนเขาเถอะลูก" กระผม/อาตมภาพเองก็ยังไม่กล้าที่จะสอน หากแต่ว่าถวายการรับใช้อยู่ด้านข้างหลวงพ่อพร้อมกับ "ลุงเอี๊ยง" อยู่ในลักษณะผลัดเปลี่ยนกัน เนื่องเพราะว่า "ลุงเอี๊ยง" นั้นอยู่ในลักษณะของผู้ชราแล้ว ไม่สามารถที่จะกรำงานข้ามวันข้ามคืนได้ เมื่อ "ลุงเอี๊ยง" ไปพักผ่อนจนรู้สึกว่าไหว ก็มาเปลี่ยนให้กระผม/อาตมภาพไปพักบ้าง

    แต่ในระหว่างที่นั่งอยู่ข้างพระเดชพระคุณหลวงพ่อนั่นเอง กระผม/อาตมภาพนั้นได้ประโยชน์อย่างมหาศาลที่สุด หลายปีที่อยู่ด้านข้างนั้น ทำให้จับได้ว่าเวลาไหนที่พระท่านคลุมลงมา เวลาไหนที่พรหม หรือเทวดา หรือครูบาอาจารย์ท่านคลุมหลวงพ่อลงมา เนื่องเพราะว่านั่งอยู่ใกล้กัน พลังที่คลุมลงมาจึงพลอยเผื่อแผ่มาถึงด้วย เวลาญาติโยมถวายของ จะรู้ทันทีว่าหลวงพ่อจะให้พรอย่างไร หรือว่าจะพูดให้กำลังใจญาติโยมอย่างไร เวลาหลวงพ่อท่านได้รับคำถาม แล้วท่านจะตอบอย่างไร ซึ่งตรงทุกครั้ง

    แล้วในขณะเดียวกัน เมื่อถึงเวลาแจกวัตถุมงคลให้แก่ผู้ที่ถวายสังฆทาน หรือว่าสิ่งของก็ตาม ก็ต้องคำนวณอย่างรวดเร็ว ว่าจะแจกวัตถุมงคลชนิดไหน เนื่องเพราะว่ามีหลายราคา แต่ว่าเมื่อบางคนถึงเวลาส่งซองปัจจัยมา กระผม/อาตมภาพฉีกควากเป็นสองท่อน หย่อนลงถังขยะ..! พร้อมกับส่งแหนบหลวงพ่อไปให้ ๑ อัน หลวงพ่อท่านไม่ได้ว่าอะไร แต่ "ลุงเอี๊ยง" ตกใจตาเหลือก ตะครุบซองขึ้นมาดู แล้วก็เห็นว่าเขาฉีกกระดาษหนังสือพิมพ์มาส่วนหนึ่งใส่เอาไว้ในซอง อยู่ในลักษณะที่ว่าอยากได้วัตถุมงคล แต่ไม่อยากเสียเงิน ก็เลยเอาหนังสือพิมพ์ใส่ซองมาถวายแทน..!

    เรื่องพวกนี้นั้น กระผม/อาตมภาพฝึกจนช่ำชองตลอดหลายปี จนกระทั่งเชื่อมั่นว่า ถ้าในเรื่องมโนมยิทธินี้แล้ว ในหมู่ลูกศิษย์พระเดชพระคุณหลวงพ่อ สามารถที่จะท้าชนได้ทุกคน แล้วแถมยังท้าชนไปถึงสายกรรมฐานอื่น ๆ ก็ยังพอไหว..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,563
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,160
    ค่าพลัง:
    +26,951
    ในเรื่องของการเจริญพระกรรมฐานนั้น ถึงเวลาก็จะส่งจิตขึ้นไปกราบครูบาอาจารย์ กราบท่านปู่ท่านย่า ญาติพี่น้องที่อยู่ข้างบน จนกระทั่งขึ้นไปกราบท่านปู่พระอินทร์ ขึ้นไปกราบท่านท้าวสหัมบดีพรหม ตลอดจนกระทั่งไปกราบพระบนพระนิพพาน พอระยะหลังแล้ว จิตไม่เอาจุดอื่นเลยนอกจากพระนิพพาน จึงใช้วิธีขึ้นไปกราบพระบนพระนิพพาน แล้วก็อาราธนาบรรดาพรหมเทวดา ครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณทั้งหลายที่เคยกราบ ให้ขึ้นไปอยู่ข้างบน แล้วน้อมจิตกราบพร้อมกันทีเดียว

    ตอนแรกก็ยังคิดว่าตนเองเฝือหรือเปล่า ? ทำไมทำแบบนี้ก็ได้ด้วย แต่พอมาตอนหลัง พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเปิดเผยว่า ท่านชวนเทวดานางฟ้า พรหมไปพระนิพพาน กระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วก็โล่งใจ ตอนแรกคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ? เพราะเรื่องพวกนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านอธิบายว่า ความจริงแล้วบรรดาพรหมเทวดาต่าง ๆ นั้น ท่านมีกฎระเบียบของตนเอง ชั้นสูงกว่าสามารถลงไปชั้นต่ำกว่าได้ แต่ชั้นต่ำกว่า ถ้าไม่ได้รับเชิญจะขึ้นไปชั้นที่สูงกว่าไม่ได้ เหล่านี้เป็นต้น จึงทำให้หายสงสัยในสิ่งที่ตนเองได้ทำมา

    เวลาที่ทำหน้าที่อื่น ๆ อย่างเช่นว่าอยู่เวรยาม ก็กำหนดจิตภาวนาไปด้วย รับรู้เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไปด้วย สิ่งหนึ่งประการใดที่รับรู้แล้วต้องแก้ไขก็รีบทำ โดยเฉพาะกำหนดเอาไว้เลยว่า อีก ๑๕ นาทีก่อนพระเดชพระคุณหลวงพ่อจะเรียกใช้เพื่อที่จะลงรับแขก ก็ขอให้ตนเองสามารถถอนกำลังใจออกมาได้ทันท่วงที แล้วก็รีบบอกให้กับทหารตำรวจ ซึ่งจะต้องติดตามหลวงพ่อว่า "อีก ๑๕ นาทีหลวงพ่อท่านจะออกรับแขก" ซึ่งหลายต่อหลายคนได้ทำการตรวจสอบแล้ว ตรงเวลาไม่เคยผิดพลาด

    ส่วนในเรื่องของการทำความสะอาด ไม่ว่าจะปัดกวาดเช็ดถูศาลานวราช หรือว่าหอฉัน ก็อยู่ในลักษณะกำหนดจิตไปด้วย อย่างเช่นว่าตอนนี้ไม้ถูไปข้างหน้า ตอนนี้ดึงกลับมาข้างหลัง ตอนนี้ไปทางด้านซ้าย ตอนนี้ไปทางด้านขวา มีความสุขมากที่ได้ทำหน้าที่ทั้งหลายเหล่านั้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ล้วนแล้วแต่เป็นกรรมฐานทั้งสิ้น

    จึงขอฝากสำหรับทุกคนเอาไว้ว่า
    เรื่องของการปฏิบัติตามระเบียบวัดก็ดี ตามพระวินัยก็ดี หรือหน้าที่ซึ่งนักบวชเราควรประพฤติปฏิบัติก็ตาม ถ้าท่านทั้งหลายทำเป็น ก็จะได้ประโยชน์มากมายอย่างที่คาดไม่ถึง แต่ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายยังคงขี้เกียจ ปล่อยให้กิเลสมีอำนาจเหนือใจตนเอง ถ้าอย่างนั้นก็เลือกเอาเลยว่าตนเองจะไปที่ไหนหลังจากที่ตายไปแล้ว..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...